โฆษณาหลอกคนทั้งโรงหนังให้รับมือถือ แล้วดูซิเกิดอะไรขึ้น?

Picture152


เสียงเรียกเข้าหรือสั่นเตือนของมือถือนี่ไม่รู้ลงคาถามหาเสน่ห์หรืออะไร เพราะไม่ว่าใครจะทำอะไรอยู่อย่างใจจดใจจ่อ แต่พอมือถือส่งสัญญาณขึ้นมาเท่านั้นแหล่ะ เป็นต้องเสียสมาธิจากสิ่งนั้น แล้วควานหามือถือให้ควั่กเพื่อรับสายในทันที บ่อยสุดก็เวลาขับรถนี่แหละ ซึ่งเพียงเสี้ยววินาทีที่ละสายตาจากถนนมาสนใจมือถือ อาจเป็นเสี้ยววินาทีที่อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

โฟล์คสวาเกน ยานยนต์ซึ่งห่วงใยในความปลอดภัยของผู้ขับขี่จึงร่วมกับเอเจนซี่โฆษณา โอกิลวี่ ปักกิ่ง มอบประสบการณ์หรือเรียกว่าบทเรียนอาจจะเหมาะกว่า ว่าหากใช้มือถือขณะขับรถจะเป็นอย่างไร โดยใช้สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในฮ่องกง ในขณะที่คนดูกำลังดูคลิปหนังที่คิดว่าเป็นหนังตัวอย่างหรือหนังโฆษณา ซึ่งเปิดฉากด้วยมุมมองของผู้ขับขี่คนหนึ่ง สตาร์ทเครื่องแล้วขับรถไปตามถนน ดูเหมือนรถจะแล่นไปเรื่อยๆ อย่างราบลื่น แต่คลิปชุดนี้ใช้เทคโนโลยี Location-Based Broadcaster ที่สามารถส่งข้อความไปยังมือถือของคนดูทุกคนในโรงภาพยนตร์ จากนั้นทีมงานหลังฉากก็กดส่งข้อความเข้ามือถือทุกคน ตามคาด…เมื่อมือถือสั่นระริกอยู่ในกระเป๋า ทุกคนก็ล้วงมือถืออกมาดูหน้าจอ แค่เสี้ยววินาทีที่ละสายตาจากคลิปนั้นเท่านั้นแหละ ฉากบนจอก็ปลี่ยนเป็นรถพุ่งชนต้นไม้ดังสนั่น เล่นเอาคนดูตกอกตกใจ ผละสายตาจากจอมือถือ เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่จอหนัง แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง ก่อนได้สติกลับคืนเมื่อข้อความบนจอบอกว่า “การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต ขอเตือนคุณว่าอย่าละสายตาจากถนน”

หากไม่อยากเจอฉากจริงอย่างในคลิป คาถาที่จะช่วยป้องกันภัยจากการใช้มือถือขณะขับรถ คือ “ไม่รับ ไม่โทร ไม่แชต” หากต้องการใช้มือถือจริงก็หาที่จอดรถในที่ปลอดภัยเพื่อคุยโทรศัพท์หรือพิมพ์ข้อความให้เสร็จสรรพแล้วค่อยขับต่อ น่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

อ้างอิง : Digitalbuzzblog

Comments

comments

About the Writer

avatar

Jongjitr (Jongjitr Somabutr)จงจิตร โสมาบุตร ( ปุ๊กกี้ ) เสพติดงานโฆษณามากว่า 20 ปี จับสินค้ามามากมายตั้งแต่น้ำยาถูพื้นยันยาสีฟัน ชอบสอดส่องหาไอเดียเด็ดๆ จากงานครีเอทีฟทั่วโลก เก็บไว้ในสมองตัวเองไม่พอ เลยต้องมีเพจชื่อ ADdict เพื่อแชร์ไอเดียเด็ดๆ ปัจจุบันเป็น Creative Director เอเจนซี่โฆษณาขนาดกลาง เชื่อว่างานโฆษณาที่ดีใช้แค่ Creativity ไม่พอ แต่ต้องใช้ Humankind Creativity ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตสังคมและโลกไปในทางที่ดีขึ้นด้วยView all posts by Jongjitr →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments