ถุงช้อปปิ้งเปลี่ยนเป็นหมวกกันน็อค นวัตกรรมเพื่อภัยพิบัติที่ลงตัว

Helmet10


กว่าขวบปีที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญึ่ปุ่น นอกจากจะเป็นสัญญาณจากธรรมชาติที่ได้ส่งเตือนภัยให้ทุกคนที่อยู่บนโลกใบนี้ใส่ใจในทรัพยากรมากขึ้น การหาหนทางในการป้องกันภัยเพื่อความอยู่รอดก็มีให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง เช่น Noah Capsule นวัตกรรมหลบภัยฉุกเฉินทรงกลมเพื่อป้องกันภัยพิบัติจากสึนามิ หรือการจับผลิตภัณฑ์เข้าฟิตเนสลดหุ่นลง 20% ของแบรนด์ MUJI Product Fitness 80 เพื่อลดปริมาณการใช้ทรัพยากร ที่ทาง CreativeMOVE ได้เคยนำเสนอไป

มาวันนี้อีกหนึ่งนวัตกรรมป้องกันภัยก็ถูกคิดค้นขึ้นมาอีกครั้ง กับถุงผ้าภายใต้ชื่อ Grappa ที่นอกจากจะทำหน้าที่หลักสำหรับใส่ของแทนถุงพลาสติกแล้ว เจ้าถุงใบนี้ยังได้ถูกออกแบบให้กลายเป็นหมวกกันน็อคป้องกันภัยพิบัติได้ด้วย ถ้ามองโดยรอบก็เหมือนกับถุงผ้าทั่วไป แต่ด้านล่างของถุงได้ถูกออกแบบให้เป็นหมวกรับแรงกระแทกรูปทรงโค้งรองรับศรีษะ โดยทำจากพลาสติก EPS (Expanded Polystyrene) ที่พบได้ทั่วไปในหมวกกันน็อค อีกทั้งด้านข้างของถุงผ้าก็เลือกใช้ผ้าโปร่งบาง สำหรับให้ผู้สวมใส่สามารถมองออกไปด้านนอกได้ ถุงผ้าใบนี้ถูกออกแบบให้พับได้ โดยขนาดหลังจากพับจะมีขนาดพอๆ กับร่มแบบพับได้ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะกับการพกพา สนนราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด เพราะตกเพียงแค่ใบละ 400-550 บาท

จะเห็นได้ว่า หลายๆ ประเทศที่ประสบกับภัยธรรมชาติต่างค้นหาแนวทางในการป้องกันอันตรายอย่างสูงสุด ทุกฝ่ายทุกองค์กรต่างค้นหาแนวทางในขอบเขตที่ตนเองสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง การรีไซเคิลวัสดุ หรือแม้แต่การชุบชีวิตของเหลือใช้ให้กลับมามีประโยชน์ขึ้นอีกครั้ง หวังว่าภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกๆ ปี คงจะเตือนสติให้คนไทยหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น มาร่วมด้วยช่วยกันมากๆ นะครับผม

 

อ้างอิง: GRAPPA

About the Writer

avatar

Suwit (Suwit Wongrujirawanich)สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ (อ้า) เป็นเหมือนร้านสะดวกสร้างสรรค์ที่เปิดทุกวันตลอด 24 ชม. ชวนให้ใครต่อใครเดินเข้ามาหาความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ยาหม่องยันเรื่องดีไซน์ในอีกซีกโลก เรื่องของเขามักมีมุมมองจากประสบการณ์ เสนอเรื่องราวเจาะลึกแบบละเอียดยิบแต่เจ๋ง เขียนหนังสือมาแล้วสองเล่มคือ ‘Design through Biz ต่อยอดธุรกิจด้วยกลเม็ดดีไซน์’ (2549) และ ‘SustainAble Design ดีไซน์…เปลี่ยนโลก’ (2554) ถ้าได้อ่านผลงานของสุวิทย์หรือรู้จักเขาเป็นการส่วนตัว คุณจะอยากรับขนมจีบซาลาเปากลับบ้านไปด้วยอีกแน่นอนView all posts by Suwit →

Comments

comments