ล้อกันเล่น! ติดถุงลมนิรภัยในห้องน้ำ เตือนสาวอย่าแต่งหน้าขณะขับรถ

21


หญิงสาวในประเทศเม็กซิโก นิยมแต่งหน้า และ 1 ใน 4 ของสาวๆ ก็มีความคิดว่าถ้าไม่แต่งหน้าไปทำงาน ปล่อยให้หน้าโล้นๆ จะส่งผลต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน! และด้วยเวลาอันเร่งรีบของสาวสมัยใหม่ และการจราจรที่สาหัสของเมืองหลวง สาวๆ หลายคนเลยใช้เวลาบนถนนให้เป็นประโยชน์ (ต่อความสวยแต่เป็นภัยต่อชีวิตตนเองและผู้อื่น) ก็แต่งหน้าบนรถมันซะเลย และนี่แหละ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ หลักฐานน่ะเหรอ ก็ซากแท่งลิปสติกที่คาอยู่ในรถนี่แหละมัดแน่น!!

รถยนต์ MINI สุดฮิปยอดฮิต เป็นห่วงทั้งความสวยและชีวิตของสาวๆ จึงมอบหมายให้ Publicis เม็กซิโก ช่วยคิดไอเดียเตือนใจสาวๆ แบบสนุกๆ ไม่น่ากลัวชวนสยอง แคมเปญ MINI: Don’t make up and drive จึงขอเตือนเบาๆ แบบหยอกกันเล่น กลุ่มเป้าหมายคือสาวๆ ที่ชอบแต่งหน้า และห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าหรือห้องน้ำสาธารณะก็เป็นอีกสถานที่ที่สาวๆ ชอบมาแต่งเสริมเติมสวย งานนี้ ทีมงานแอบซ่อนถุงลมนิรภัยไว้ใต้ที่กดสบู่หน้ากระจก เมื่อสาวใดมาแต่งหน้าหน้ากระจก ถุงลมนิรภัยจะพองออกมาเพื่อต้องการที่จะบอกว่า อย่าแต่งหน้าขณะขับรถ เพราะมีเวลาและสถานที่ที่เหมาะในการแต่งหน้าที่สุด ก็คือห้องน้ำ เล่นเอาสาวๆ ที่กำลังบรรจงแต่งหน้าตกใจถอยกรูด เพราะไม่คาดคิดว่าอยู่ดีๆ จะมีถุงลมนิรภัยมาอยู่ผิดที่ผิดทาง อาจจะมีโมโหบ้าง ขำบ้าง เขินบ้าง แต่ข้อความที่ได้รับ อย่างน้อยก็ทำให้พวกเธอได้ฉุกคิดว่าต่อไป ฉันจะไม่แต่งหน้าขณะขับรถ

จริงอยู่ที่ผู้หญิงกับความสวยเป็นของคู่กัน แต่เมื่อขับรถ…สมาธิควรจดจ่ออยู่ที่ท้องถนนไม่ใช่ความสวย  เพราะไม่ใช่แค่สายตาจะไม่ได้อยู่ที่ถนนแล้ว มือก็ยังไม่ได้อยู่ที่พวงมาลัย หน้าตักก็ยังมีอุปกรณ์แต่งหน้ามากมาย เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ไม่เบาก็หนัก และอาจถึงชีวิต! มันไม่คุ้มสวยนะสาวๆ

 

อ้างอิง : Huffingtonpost 

 

Comments

comments

About the Writer

avatar

Jongjitr (Jongjitr Somabutr)จงจิตร โสมาบุตร ( ปุ๊กกี้ ) เสพติดงานโฆษณามากว่า 20 ปี จับสินค้ามามากมายตั้งแต่น้ำยาถูพื้นยันยาสีฟัน ชอบสอดส่องหาไอเดียเด็ดๆ จากงานครีเอทีฟทั่วโลก เก็บไว้ในสมองตัวเองไม่พอ เลยต้องมีเพจชื่อ ADdict เพื่อแชร์ไอเดียเด็ดๆ ปัจจุบันเป็น Creative Director เอเจนซี่โฆษณาขนาดกลาง เชื่อว่างานโฆษณาที่ดีใช้แค่ Creativity ไม่พอ แต่ต้องใช้ Humankind Creativity ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตสังคมและโลกไปในทางที่ดีขึ้นด้วยView all posts by Jongjitr →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments