สถาปนิกอิตาเลียนยกป่ามาไว้ในอาคาร เพิ่มความสดชื่นให้กับเมือง

13


18

ณ เมืองตูริน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ทันที่ที่อาคาร 25 Green ได้ปรากฏตัวขึ้น ก็ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนในเมืองนี้เป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ของอาคารที่คล้ายกับการยกผืนป่ามาไว้บนอาคาร ทำให้อาคารหลังนี้ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองแห่งนี้ในแทบจะทันที

อาคาร 25 Green โดยเป็นอาคารพักอาศัยในลักษณะของอาคารชุด ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 63 หน่วย อาคารหลังนี้ออกแบบโดย Luciano Pia สถาปนิกชาวตูริน ผู้ซึ่งต้องการนำบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติเข้ามาแทรกไว้ภายในอาคาร ผังอาคารได้รับการจักวางในลักษณะของตัว U โอบล้อมพื้นที่ว่างตรงกลาง ซึ่งได้รับการปลูกต้นไม้จำนวนมากจนเป็นสวนป่าใจกลางอาคารที่มีความร่มรื่น ที่ทุกคนซึ่งพักอาศัยในที่นี้สามารถมาใช้งานร่วมกันได้

โครงสร้างของอาคารขนาดใหญ่หลังนี้ ทำมาจากเหล็กกล้า โดยมีลักษณะเป็นโครงรูปทรงเหมือนต้นไม้ที่คอยพยุงและรับน้ำหนักอาคารทั้งหมด แต่ในส่วนของผนังอาคารจะไม่ได้ยึดตามแนวโครงสร้าง โดยจะมีทั้งส่วนที่ยืดออก หดเข้า มีทั้งส่วนเปิดโล่งและปิดทึบ ผสานไปกับระเบียงปลูกต้นไม้ที่ประกอบด้วยต้นไม้หลายชนิดและหลายขนาดคละเคล้ากัน ตัวอาคารนี้ยังมีส่วนที่ปิดทึบน้อยมากเพื่อให้สายลมและแสงแดดสามารถแทรกซึมเข้ามาภายในอาคารได้ ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยได้สัมผัสบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับอาคารบนพื้นราบ

ในส่วนของผนังอาคาร มีการใช้วัสดุปิดผิวที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นไม้ ทำให้หน่วยพักอาศัยแต่ละหน่วย คล้ายกับกระท่อมที่ถูกสร้างในป่าใหญ่ ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่แตกต่างจากอาคารที่พบได้ทั่วไปในเมือง และนอกจากอาคารแห่งนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่พักอาศัยแล้ว ยังมีประโยชน์กับเมืองแห่งนี้ ในการมีส่วนช่วยแต่งแต้มสีเขียวให้กับเมือง

2

3

4

6

795

8

อ้างอิง : archdailylucianopia

Comments

comments

About the Writer

avatar

Ma Lang Phoo (Jaksin Noyraiphoom)จักรสิน น้อยไร่ภูมิ หรือ 'อ.แมลงภู่' จบการศึกษาทางด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และอาจารย์พิเศษในอีกหลายสถาบัน ควบคู่ไปกับศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก เป้าหมายสำคัญของชีวิตคือ การปั้นสถาปนิกรุ่นใหม่ให้กลับไปรับใช้ชนบท (https://www.facebook.com/malangphoobookclub)View all posts by Ma Lang Phoo →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments