Park Royal Hotel ยกป่ามาไว้บนโรงแรมหรู ใจกลางเมืองสิงคโปร์

Parkroyal Singapore WOHA Architects 91


ภาพลักษณ์หนึ่งที่ติดตาตรึงใจทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนเกาะเล็กๆ อย่างสิงคโปร์คือ การเป็นเมืองสีเขียวที่อยู่ท่ามกลางพรรณไม้เขตร้อนชื้น ช่วยสร้างความร่มรื่นและเป็นธรรมชาติ จากภาพลักษณ์ที่เป็นจุดขายนี้ ได้กลายเป็นวัตถุดิบชิ้นสำคัญให้บริษัทสถาปนิกสัญชาติสิงคโปร์ชื่อก้องอย่าง WOHA Architects นำมาใช้ในการออกแบบโรงแรมหรูแห่งล่าสุดกลางใจเมือง Park Royal Hotel ที่โดดเด่นด้วยสวนแนวตั้งขนาดใหญ่

โรงแรมหรูแห่งนี้ มีความสูงทั้งหมด 12 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณย่านธุรกิจ ใกล้กับมารีน่า เบย์ จากศักยภาพของที่ตั้งอาคาร ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามสวนสาธารณะใหญ่กลางใจเมือง Hong Lim Park ทำให้สถาปนิกมีแนวคิดที่จะออกแบบผนังด้านทิศเหนือ ซึ่งอยู่ติดกับสวนสาธารณะ มีสวนลอยฟ้าในลักษณะของป่าร้อนชื้นขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่สีเขียวจากภายนอกเข้ามาสู่บนตัวอาคาร สวนลอยฟ้าแห่งนี้ มีความยาวประมาณ 300 เมตร แทรกอยู่ทุกๆ 3-4 ชั้น คิดเป็นพื้นที่รวมกันทั้งหมดถึง 1,500 ตารางเมตร ช่วยสร้างทั้งความเป็นธรรมชาติให้กับผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายใน และช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับย่านนี้

นอกจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีอีกหลายส่วนในโรงแรมแห่งนี้ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อสอดรับกับแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น แผงพลังงานแสงอาทิตย์บริเวณดาดฟ้า การนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ภายในเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า รวมทั้งการมีระบบกักเก็บน้ำฝน เพื่อนำมาใช้กับสวนลอยฟ้า และสามารถหมุนเวียนนำน้ำฝนที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ได้ จากแนวคิดทั้งหมด จึงทำให้โรงแรม Park Royal Hotel แห่งนี้ กลายเป็นนวัตกรรมชิ้นสำคัญของอาคารเขียวสมัยใหม่ ที่สามารถสนองความต้องการของมนุษย์ และในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงความยั่งยืนของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

อ้างอิง : inhabitat

Comments

comments

About the Writer

avatar

Ma Lang Phoo (Jaksin Noyraiphoom)จักรสิน น้อยไร่ภูมิ หรือ 'อ.แมลงภู่' จบการศึกษาทางด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และอาจารย์พิเศษในอีกหลายสถาบัน ควบคู่ไปกับศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก เป้าหมายสำคัญของชีวิตคือ การปั้นสถาปนิกรุ่นใหม่ให้กลับไปรับใช้ชนบท (https://www.facebook.com/malangphoobookclub)View all posts by Ma Lang Phoo →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments