อาคารเอสซีจี 100 ปี ต้นแบบความยั่งยืนแห่งอนาคต

1 IMG 8391




หลังจากการมุ่งสู่การเป็น Green Business เมื่อ 2 ปีก่อน เรามีโอกาสได้เห็นความเคลื่อนไหวในทุกภาคส่วนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเอสซีจีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ภายใต้ชายคาของทั้งเอสซีจีเองและบริษัทในเครือ รวมไปถึงการสนับสนุนให้เกิดอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นในบ้านเรา โดยพวกเขาเริ่มต้นจากการรีโนเวทอาคารสำนักงานใหญ่ของตัวเองทั้งอาคาร 1, 2 และ 5 จนขยายผลมาถึงการออกแบบก่อสร้างอาคารเอสซีจี 100 ปี ที่เรียกได้ว่าก่อกำเนิดขึ้นจากวิถีแห่งความ ‘ยั่งยืน’ อย่างแท้จริง ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวระดับสูงสุด จาก LEED ประเภทอาคารสร้างใหม่หลังนี้ด้วย

อาคารเขียวหลังนี้ให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบตั้งแต่การก่อสร้างที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ทำงานและใช้งาน การควบคุมการก่อสร้างและการเลือกวิธีก่อสร้างที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด การคัดเลือกวัสดุ eco-friendly ทั้งกระเบื้องที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล การใช้ไม้ที่ได้รับรองมาตรฐานจากป่าปลูกที่ผ่านการรับรองจาก FSC (The Forest Stewardship Council) การใช้กระจกสองชั้นที่มีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่ำเพื่อลดความร้อนเข้าสู่อาคาร การใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน การติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 99,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง เรื่อยไปจนถึงการออกแบบระบบการใช้น้ำเพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างการนำน้ำฝนและน้ำเสียที่ได้รับการบำบัดมาใช้ชำระล้างสุขภัณฑ์และรดน้ำต้นไม้ เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการที่แนวคิดแบบยั่งยืนนี้ยังถูกนำมาเป็นส่วนสำคัญในการบริหารงานในองค์กรและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีร่วมกัน โดยใช้แนวคิด SCG Smart Office ที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่บุคลากรภายในจะได้รับ ทั้งระบบการควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้การหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ถูกนำเข้าสู่ตัวอาคาร การติดตั้งระบบ Daylight Sensor และการจัดผังพื้นที่เพื่อให้พนักงานได้รับแสงธรรมชาติและระดับความสว่างที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของวัน การติดตั้งระบบ VDO Conference ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการย่นระยะทางและลดการใช้พลังงานที่ต้องสูญเสียไปหากต้องเดินทางไปประชุมนอกสถานที่ การสนับสนุนให้เกิดการใช้จักรยานเพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดการใช้พลังงานจากรถยนต์ในเวลาเดียวกัน ตลอดจนการออกแบบลานโล่งบริเวณดาดฟ้าให้เป็นลานสันทนาการและการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน อีกทั้งยังมีการปรับพื้นที่แลนด์สเคปให้มีพื้นที่สีเขียวกว่าครึ่งหนึ่งในพื้นที่เปิดโล่งเพื่อใช้เป็นมุมพักผ่อนจากการทำงาน

นอกจากความโดดเด่นในแง่การเป็นอีกหนึ่งในแลนด์มาร์คแห่งสำคัญของกรุงเทพฯ แล้ว อาคารเอสซีจี 100 ปี ยังนับว่าเป็นอีกหนึ่งต้นแบบอาคารเขียวที่ทำให้นิยามของคำว่า ‘ยั่งยืน’ ไม่ได้มีความหมายในเชิงรูปธรรมเท่านั้น แต่มันยังแสดงออกให้เห็นถึงความพยายามและตั้งใจดีที่ทีมผู้สร้างสรรค์มีต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบตัวอาคารนอกจากช่วยเพิ่มมุมพักผ่อนที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อาคารสามารถผ่อนคลายตัวเองจากความเหนื่อยล้าแล้ว ยังช่วยสร้างภูมิทัศน์ที่สบายตาให้กับพื้นที่โดยรวมอีกด้วย

นอกจากความโปร่ง โล่ง สบายที่เปิดโอกาสให้เกิดการใช้ความคิดสร้างสรรค์และผ่อนคลายตัวเองได้อย่างอิสระแล้ว บริเวณพื้นที่สาธารณะยังใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดสารพิษเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้ใช้งานด้วย

หลอดประหยัดไฟ T5 และ LED ที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ปีละ 250,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง

ห้องน้ำที่มีการเลือกใช้โทนสีสบายตาที่บ่งบอกถึงความสะอาด ขณะเดียวกันอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ยังช่วยประหยัดน้ำมากกว่า 30% ด้วย

การนำกระจกมาใช้ในบางพื้นที่อย่างเช่นพื้นที่เชื่อมต่อ ทำให้ผู้ใช้อาคารมีโอกาสได้สัมผัสกับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ

การนำไม้ที่ผ่านการรับรอง FSC มากกว่า 50% ในส่วนของพื้นที่ภายในและการออกแบบบูทโทรศัพท์เก็บเสียงซึ่งช่วยให้เกิดความเป็นส่วนตัวและไม่รบกวนพื้นที่ส่วนอื่นๆ

ลานวิ่งขนาดมาตรฐานที่สามารถเปลี่ยนเป็นลานอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมสันทนาการต่างๆ โดยด้านบนเป็นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคาร

ลานจอดรถจักรยานที่ส่งเสริมสุขภาพและลดมลพิษจากการใช้รถยนต์

façade ด้านหน้าถูกออกแบบในรูปทรงแบบ free flow สร้างอัตลักษณ์อันโดดเด่นให้กับตัวอาคาร

อ้างอิง: www.scg.co.th

ภาพ Ketsiree Wongwan, www.scg.co

Comments

comments

About the Writer

avatar

sudaporn (Sudaporn Jiranukornsakul)อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบและศิลปะ จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นนักเขียนตั้งแต่ปี 2004 ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบทความให้กับนิตยาสารแห่งหนึ่ง งานเขียนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่โปรดักท์และศิลปะ ทั้งจากไทยและต่างประเทศView all posts by sudaporn →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments