บ้านต้นไม้พลังงานสะอาด อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน

5319ea4bc07a806cd9000232 The Sustainability Treehouse Mithun Portada1


โดยปกติแล้ว ‘บ้านต้นไม้’ มักหมายถึงอาคารหลังเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ แต่สำหรับในกรณีนี้แตกต่างออกไป เพราะบ้านต้นไม้แห่งรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังนี้ คืออาคารที่สร้างเลียนแบบต้นไม้ โดยไม่ได้เกาะอยู่บนต้นไม้เหมือนบ้านต้นไม้ทั่วๆ ไป ตัวอาคารหลังนี้ตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวน Summit Bechtel ภายในถูกใช้เป็นอาคารอำนวยการ สำหรับให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศในผืนป่าแห่งนี้

โครงสร้างหลักของบ้านต้นไม้หลังใหญ่หลังนี้ ตั้งอยู่บนเสาเหล็กขนาดใหญ่ 4 ต้น ความสูงของอาคารนับถึงจุดสูงสุด ประมาณ 150 ฟุต ตัวอาคารแทรกตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้เดิมอย่างกลมกลืน โดยที่ในการก่อสร้างจะไม่มีการตัดต้นไม้ดั้งเดิมเลย ส่วนที่เป็นพื้นที่ใช้งานแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างเสาโครงสร้างหลักทั้ง 4 ต้น และลอยอยู่สูงเหนือพื้นดิน ซึ่งเมื่อมองจากภายนอกจะคล้ายกับว่าลอยอยู่กลางอากาศ โดยมีบันไดเดินเท้าทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างชั้นต่างๆ และยังมีลิฟท์สำหรับขนส่งอยู่ด้านหลัง ภายในห้องต่างๆ ได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ผนังกรุด้วยไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น และยังเน้นการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมสามารถสัมผัสธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

บ้านต้นไม้หลังนี้ ยังมีแนวคิดในการใช้พลังงานทดแทน บริเวณชั้นบนสุดเป็นที่สำหรับวางแผงพลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลม เพื่อผลิตพลังงานสะอาดไว้ใช้ภายในอาคาร อุปมาคล้ายกับต้นไม้ที่มีการสังเคราะห์พลังงานที่ได้จากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีถังเก็บน้ำขนาดใหญ่และระบบบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะระบายออกสู่ธรรมชาติ เพื่อให้อาคารแห่งนี้ที่ดูแล้วคล้ายจะเป็นสิ่งแปลกปลอม สร้างผลกระทบต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด

อ้างอิง : archdaily

Comments

comments

About the Writer

avatar

Ma Lang Phoo (Jaksin Noyraiphoom)จักรสิน น้อยไร่ภูมิ หรือ 'อ.แมลงภู่' จบการศึกษาทางด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และอาจารย์พิเศษในอีกหลายสถาบัน ควบคู่ไปกับศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก เป้าหมายสำคัญของชีวิตคือ การปั้นสถาปนิกรุ่นใหม่ให้กลับไปรับใช้ชนบท (https://www.facebook.com/malangphoobookclub)View all posts by Ma Lang Phoo →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments