ปันอาหารสานสัมพันธ์กับ ‘Casserole’ อาหารเหลือ-อย่าทิ้ง!

CasseroleF



“ลูก 🙂 วันนี้ไปซื้อมะพร้าวขูดมาให้แม่หนึ่งกิโลนะ แม่อยากคั้นกะทิสดๆ ทำแกงเผ็ดหมูให้เพื่อนบ้านหน่อย” เมื่อสมัย 20 -30 กว่าปีที่แล้ว การทำกับข้าวแบ่งปันเพื่อนบ้านตามตรอกซอกซอยมักมีให้เห็นเป็นประจำ แต่อาจเป็นด้วยสังคมที่เร่งรีบบวกกับร้านค้าขายอาหารเกิดขึ้นมากมาย จึงทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิตของชาวบ้านที่เคยแนบชิดกันเริ่มเหินห่าง

ดังนั้น ‘อาหาร’ ที่ว่าจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ท้องอิ่ม แต่ยังทำหน้าที่ในการ ‘สร้างความผูกพัน’ ที่ดีระหว่างเพื่อนบ้าน และนี่คือเหตุผลหลักที่ futuregov ตัดสินใจผุดโครงการภายใต้ชื่อ Casserole เพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อเพื่อนบ้าน โดยการแบ่งปันอาหารที่ปรุงเหลือแทนที่จะทิ้งลงถัง โครงการทดลองได้เริ่มต้นในพื้นที่ Reigate, Banstead เมือง Surrey ประเทศอังกฤษ และกำลังขยายตัวไปเรื่อยๆ โดย Casserole จะเป็นตัวกลางในการให้ข้อมูลข่าวสารบนหน้าเว็บไซต์ ทางโทรศัพท์ หรือทางข้อความ SMS ว่าเพื่อนบ้านท่านใดทำอาหารเกินไว้ เมนูที่ว่าสำหรับกี่ท่าน และถูกปรุงเมื่อไหร่ และเมื่อมีใครต้องการ ก็สามารถที่จะแจ้งความจำนงขอรับประทานอาหารโฮมเมดมื้ออร่อยปรุงโดยเพื่อนบ้านที่น่ารักได้ทันที หรือคุณอาจจะจับคู่ Pair Up กับเพื่อนบ้าน แลกปิ่นโตกันเป็นประจำก็สามารถทำได้ แม้ว่าโครงการนี้เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน แต่ก็มีการแบ่งปันอาหารไปกว่า 60 เมนู ส่วนคู่ Pair Up เทคแคร์เพื่อนบ้านก็สื่อให้เห็นถึงความห่วงใยคนชรา เพราะการ Pair Up ส่วนใหญ่จะเห็นในกลุ่มผู้สูงอายุวัย 80 นอกจากนี้ยังมี blog แนะนำการปรุงอาหารสไตล์โฮมเมดแบ่งปันเคล็ดลับกันในเว็บด้วย

แนวคิดแบ่งปัน ใจสมาร์ท จึงเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่แสดงให้เห็นว่า สัมพันธภาพระหว่างเพื่อนมนุษย์สามารถสร้างความอบอุ่นได้เสมอ แถมยังช่วยประหยัด ลดการทิ้งอาหารเหลือได้อีกด้วย สงสารก็แต่ผู้คนในสังคมเมือง ที่หลงใหลเทคโนโลยีกันหัวปักหัวปำ ขึ้นรถไฟฟ้าคราใดก็เห็นแต่คนก้มหน้ากดๆ เขี่ยๆ หน้าจออุปกรณ์สื่อสาร และแทนที่เราจะยกหูพูดคุยกันทางโทรศัพท์ เรากลับหันมาใช้แป้นพิมพ์กดข้อความแทนเสียงทักทาย … ช่างน่าสงสารคนสมัยนี้จริงๆ เลย …พับผ่าสิ!

อ้างอิง : Casserole Club

Comments

comments

About the Writer

avatar

Suwit (Suwit Wongrujirawanich)สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ (อ้า) เป็นเหมือนร้านค้าสร้างสรรค์ที่ชวนให้ใครต่อใครเดินเข้ามาหาความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตั้งแต่ยาหม่องยันเรื่องดีไซน์ในอีกซีกโลก เขียนหนังสือมาแล้วสองเล่มคือ ‘Design through Biz ต่อยอดธุรกิจด้วยกลเม็ดดีไซน์’ (2549) และ ‘SustainAble Design ดีไซน์…เปลี่ยนโลก’ (2554) ในอีกมุมหนึ่ง เขาหลงใหลการเดินเท้า นั่งเรือ เที่ยวชมเมืองเก่าที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ถ้าวันไหนคุณเห็นหนุ่มวัยกลางคน ถือกล้องตัวเล็กๆสีขาว พร้อมสมุดจดหนึ่งเล่มคู่กาย อย่าลืมเข้าไปทักทายพูดคุยสวัสดี เพราะคุณอาจได้เพื่อนร่วมทางคนใหม่อีกคนView all posts by Suwit →