โปรเจ็กต์ถ่ายภาพสุดกินใจ ขอแค่ 1 วินาที ที่จะลืมไปว่าฉันเป็นมะเร็ง

012


ลองจินตนาการว่าหากเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเราป่วยเป็นโรคมะเร็ง ย่อมไม่มีใครที่จะลืมความทุกข์ทรมาณนี้ได้ลง โลกทุกวินาทีของเราต่อจากนี้ไปย่อมอยู่กับความทุกข์ทางจิตใจ สิ้นหวังท้อแท้ ความทรมาณที่ต้องบำบัดตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ส่องกระจกมองตัวเอง ก็จะทำให้เห็นตัวเองอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากยิ่งขึ้น ผมที่ร่วงโรย สุขภาพที่ทรุดโทรม ความหล่อเหลาและความสวยงามที่เคยมีอยู่เหลือแต่เพียงอดีต โรคมะเร็งทำให้ผู้ป่วยท้อแท้สิ้นหวัง ไม่รู้ว่าเข็มวินาทีชีวิตจะหยุดเดินเมื่อไหร่

ไม่มีวินาทีไหนที่เราจะลืมได้ว่าเราป่วยเป็นมะเร็งอยู่ และหากเรารู้ว่าชีวิตเราเหลืออีกไม่มากแล้ว เราจะมีความสุขได้อย่างไร ทาง Mimi Foudation ซึ่งเป็นองค์กรที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งได้ต่อสู่ชีวิตอย่างยืนหยัดและมีความหวังของประเทศฝรั่งเศส จึงได้ผุดโปรเจ็กต์ร่วมกับช่างภาพชื่อดังทำอัลบั้มพิเศษที่ชื่อว่า Ne Serait-ce Qu’une Seconde หรือ If Only For One Second ซึ่งคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มนี้มีความหมายพิเศษที่กินใจคือ ขอแค่บันทึกช่วงเวลาพิเศษที่ถึงแม้จะมีเพียงสักเสี้ยววินาทีเดียวที่จะทำให้ผู้ป่วยลืมไปว่าเขาเป็นโรคมะเร็ง และแสดงให้เห็นว่าเขาก็มีความสุขได้ในโลกแห่งความเป็นความตายนี้

สิ่งที่ทำก็คือทางโครงการได้เชิญผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวน 20 คนมาที่สตูดิโอเพื่อบันทึกภาพพิเศษ แต่สิ่งที่ขอไว้ก่อนก็คือขอให้ผู้ที่มาถ่ายภาพทุกคนปิดตาไว้ตลอดขณะที่แต่งหน้า แต่งผม รวมถึงแต่งตัวเสียใหม่ หลังจากนั้นก็จะถึงเวลาที่ผู้ป่วยจะต้องเปิดตาหน้ากระจก สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือ กระจกนั้นเป็นกระจกที่สะท้อนเพียงด้านเดียว ขณะที่ด้านหลังสามารถมองเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากระจกนั้นได้ ที่ด้านหลังทีมงานช่างภาพทุกคนกำลังเผ้ารอบันทึกภาพและวิดีโอแบบไฮสปีด เตรียมพร้อมที่จะบันทึกสิ่งที่เรียกว่า Magic Moment หลังจากนั้นจึงขอให้ผู้ป่วยลืมตา

วินาทีที่ผู้ป่วยได้ลืมตา ในขณะนั้นเอง เป็นเวลาที่กล้องถูกลั่นชัตเตอร์ ภาพวิดีโอจับภาพเคลื่อนไหวแบบสโลโมชั่น จับภาพผู้ป่วยที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจระคนกับความเปี่ยมสุขที่ได้เห็นหน้าตัวเองแบบไม่คาดคิด แม้เป็นภาพใบหน้าในช่วงเวลาสั้นๆ แต่นับเป็นภาพที่สต๊าฟความสุขก็คงไม่ผิดนัก ภาพทุกภาพของผู้ป่วยทั้ง 20 คนจึงเป็นภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ป่วยทางร่างกายเท่านั้น ในวินาทีนั้นไม่หลงเหลือความเจ็บปวดทางจิตใจอยู่เลย เป็นวินาทีที่กินใจขนาดไหนลองชมวิดีโอนี้ดู

 

หลังจากนั้นภาพทุกภาพก็ได้กลายเป็นหนังสือภาพ portrait จำนวน 60 หน้า เพื่อให้ทุกคนได้หาซื้อกัน เงินที่ได้จากการขายนำไปบริจาคให้กับ Mimi Foundation ต่อไป ใครสนใจหาซื้อหนังสือภาพนี้ได้ที่ http://www.mimi-foundation.org/en/ifonlyforasecond.html

หลังจากโปรเจ็กต์ถ่ายภาพชุดนี้จบลง ผู้ป่วยบางท่านที่ได้ร่วมโปรเจ็กต์ดังกล่าวได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว คงเหลือไว้เพียงความทรงจำว่า ภายใต้ความข่มขื่นที่ซ่อนอยู่ แท้จริงแล้วยังมีความชื่นมื่นปิติยินดี และแม้จะเป็นเพียงแค่วินาทีเดียว แต่ก็เต็มไปด้วยความเปี่ยมสุขที่สร้างความหวังและกำลังใจให้กับคนที่เหลืออยู่ได้ต่อไปไม่รู้จบสิ้น

อ้างอิง: Today, Mimi Foudation

 

Comments

comments

About the Writer

avatar

Kittipat M (Kittipat M)มีอาชีพเป็นนักวางกลยุทธ์ด้านดิจิตอลให้เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ชอบศึกษาความเป็นไปและปรากฏการณ์ใหม่ๆของโลกสังคมออนไลน์ ชีวิตส่วนตัวมักปิดมือถือออกเดินทางท่องโลกกว้าง เพราะมีความเชื่อว่าชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ด้วยออนไลน์เพียงอย่างเดียว รู้จักเพิ่มเติมได้ที่ www.kittipatm.comView all posts by Kittipat M →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments