‘KIVA’ ลงขันเงินกู้เพียง 25$ พลิกวิกฤตธุรกิจเล็กๆ ให้มีความหวัง

Kiva F


สำหรับเจ้าของร้านค้าขนาดเล็กแบบครอบครัวหรือเกษตรกร เมื่อเกิดปัญหาเงินช็อตติดขัดเงินตราจะหันหน้าไปหาธนาคารพาณิชย์ก็ต้องใช้หลักประกันที่ดูเหมือนยุ่งยากซับซ้อน ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองไทยเจ้าของร้านค้าขนาดเล็กโดยเฉพาะแม้ค้าพ่อขายก็จะหันไปซบอกเจ้าหนี้นอกระบบ ทั้งๆ ที่รู้ว่า ‘ดอกเบี้ยนั้นแสนโหด’ แต่การเข้าถึงเงินนั้นง่ายกว่า สะดวกกว่า และรวดเร็ว

ด้วยเหตุผลนี้จึงเกิดโครงการ Kiva Loan  กับแนวคิดในการหาเงินกู้สำหรับร้านค้าขนาดเล็กหรือเกษตรกรที่ประสบปัญหาทางการเงินทางเว็บไซต์ แต่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งจน CreativeMOVE ต้องหันกลับมามองก็คือ วิธีการหาแหล่งเงินทุนที่นอกจากจะจัดสรรเป็นระบบ Microfinance โดยที่ผู้กู้รายย่อยสามารถเข้าถึงได้ง่ายแล้ว ทุกๆ ท่านที่อยู่บนโลกใบนี้ก็สามารถร่วมสมทบทุนเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำรองได้ เพียงคุณมีเงินเริ่มต้นที่ 25USD (ประมาณ 750 บาท) คุณก็สามารถแจ้งความประสงค์ไปที่ Kiva Loan ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมเงินทั้งหมด จากนั้น Kiva Loan จะนำเงินส่งต่อไปให้ Microfinance Institutions เพื่อปล่อยเงินกู้สู่เจ้าของร้านค้าขนาดเล็ก หรือเกษตรกรที่ต้องการใช้เงินเพื่อต่อลมหายใจในการทำงานต่อไป ทั้งนี้คุณสามารถระบุลงไปได้เลยว่า คุณจะให้เงินกู้กับใคร เช่น Susan จากฟิลิปปินส์กำลังต้องการเงิน 375$ เพื่อซื้อปลาสำหรับเป็นวัตถุดิบในการทำปลาตาก, Pedro De Jesus จากประเทศ เอล ซัลวาดอร์ กำลังต้องการเงิน 1,200$ เพื่อนำไปซื้อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยากำจัดแมลง ยากำจัดวัชพืช และวัว สำหรับทำการเกษตร เป็นต้น ที่สำคัญเงิน 25$ ของคุณก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะเมื่อลูกหนี้ชำระเงินคืน คุณก็สามารถที่จะถอนเงินกลับมาหรือจะนำไปหมุนเวียนเป็นเงินกู้ให้กับลูกหนี้รายอื่นอีกครั้งก็ได้

จะเห็นได้ว่า แหล่งเงินกู้ไม่จำเป็นจะต้องมาจากภาครัฐ เอกชน หรือตัวบุคคลแบบเจ้าหนี้นอกระบบ แต่การระดมทุนผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างแหล่งเงินทุนเพื่อมอบให้กับผู้ที่เดือดร้อนได้ เพราะเงินที่ได้ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เขารอดพ้นจากวิกฤตในการทำงาน แต่ยังสามารถช่วยเหลือครอบครัวของเขาเหล่านั้นให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีได้

 

อ้างอิง : KIVA

Comments

comments

About the Writer

avatar

Suwit (Suwit Wongrujirawanich)สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ (อ้า) เป็นเหมือนร้านค้าสร้างสรรค์ที่ชวนให้ใครต่อใครเดินเข้ามาหาความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตั้งแต่ยาหม่องยันเรื่องดีไซน์ในอีกซีกโลก เขียนหนังสือมาแล้วสองเล่มคือ ‘Design through Biz ต่อยอดธุรกิจด้วยกลเม็ดดีไซน์’ (2549) และ ‘SustainAble Design ดีไซน์…เปลี่ยนโลก’ (2554) ในอีกมุมหนึ่ง เขาหลงใหลการเดินเท้า นั่งเรือ เที่ยวชมเมืองเก่าที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ถ้าวันไหนคุณเห็นหนุ่มวัยกลางคน ถือกล้องตัวเล็กๆสีขาว พร้อมสมุดจดหนึ่งเล่มคู่กาย อย่าลืมเข้าไปทักทายพูดคุยสวัสดี เพราะคุณอาจได้เพื่อนร่วมทางคนใหม่อีกคนView all posts by Suwit →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments