Google Street View บันทึกความทรงจำสินามิที่ญี่ปุ่น

Tsunami


ความทรงจำคือสิ่งสำคัญของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอดีตที่น่าจะจดจำหรือความทรงจำที่อยากลืม เราก็มักจดจำมันได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่บางความทรงจำมักลบเลือนหายไปตามกาลเวลา อย่างบางสถานที่ในวัยเด็กเราแทบจำไม่ได้แล้วว่าน่าตามันเคยเป็นอย่างไร จำได้เพียงแต่ภาพเลือนลาง จนในที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างแทบจะถูกลบเลือนหายไป

ที่ญี่ปุ่นเองเมื่อปี 2011 ได้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ ทำให้หลายๆ เมืองในฝั่งตะวันออกของประเทศอย่างเซ็นไดหรือฟูกุชิมาได้รับความเสียหายอย่างหนักจนแทบเปลี่ยนสภาพเมืองไปโดยสิ้นเชิง แม้วันนี้ทุกอย่างจะถูกซ่อมแซมและบูรณะแล้ว แต่เค้าความเสียหายยังคงอยู่จนถึงขั้นนมิอาจทำให้กลับมาสู่สภาพเดิมได้ วันที่เกิดคลื่นสึนามิจึงเป็นเส้นแบ่งระหว่างความทรงจำกับความจริงออกจากกันโดยสิ้นเชิง ภาพที่เคยเห็น เมืองที่เคยอาศัยอยู่ กลายเป็นความทรงจำในทันที เพราะมันจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้เองทาง Google จึงทำโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่า Mirai e no kioku มีความหมายว่า Memories for the Future โดยนำเอาเทคโนโลยี Street View ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับ Google Maps เพื่อแสดงภาพภูมิทัศน์แบบ 360 องศา ที่รถ Google วิ่งบันทึกผ่านไป มาจัดแสดงใหม่ในรูปแบบที่ช่วยให้ทุกคนได้ระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ โดยสามารถดูได้แบบทั้ง Before และ After เพื่อนำความทรงจำดีๆ กลับมาสู่ผู้ที่เคยมีความหลังกับสถานที่เหล่านั้น นอกจากนี้ ยังชวนคนให้ส่งเรื่องราว รูป และวิดีโอ ความทรงจำเก่าๆ ตามสถานที่เหล่านั้นมาบันทึกลงบนพิกัดแผนที่ด้วย

มนุษย์ตั้งแต่ยุคโบราณได้ถ่ายทอดบทเรียน ประสบการณ์ ความรู้ จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการบันทึกหรือบอกต่อกันมา เพื่อให้คนยุคหลังได้เรียนรู้ความเป็นไปของเหตุการณ์ในอดีต แต่ด้วยเทคโนโลยีอย่างโปรเจ็กต์ Mirai e no kioku นี้ นอกจากจะนำความทรงจำกลับมาให้เห็นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ยังสามารถทำให้เราเก็บอดีตเหล่านั้นได้อย่างละเอียด และจะคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป ตราบเท่าที่ Google ยังสนับสนุนโครงการนี้อยู่ ดูโปรเจ็กต์นี้ได้ที่ http://www.miraikioku.com/streetview/en

Comments

comments

About the Writer

avatar

Kittipat M (Kittipat M)มีอาชีพเป็นนักวางกลยุทธ์ด้านดิจิตอลให้เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ชอบศึกษาความเป็นไปและปรากฏการณ์ใหม่ๆของโลกสังคมออนไลน์ ชีวิตส่วนตัวมักปิดมือถือออกเดินทางท่องโลกกว้าง เพราะมีความเชื่อว่าชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ด้วยออนไลน์เพียงอย่างเดียว รู้จักเพิ่มเติมได้ที่ www.kittipatm.comView all posts by Kittipat M →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments