ไอเดียสุดล้ำ! ประจานใบหน้าคนทิ้งขยะไม่เป็นที่จาก DNA บนขยะ

Litter 11


111

บนเกาะฮ่องกง นอกจากจะมีคนเยอะแล้ว สิ่งที่เยอะจนเกาะแทบจม ก็คือขยะจำนวนมหาศาลที่ถูกทิ้งไม่เป็นที่เป็นทางจากคนมักง่าย แม้จะมีกฎห้ามทิ้งขยะในที่สาธารณะ แต่การจะจับคนมักง่ายเหล่านั้นก็เป็นเรื่องยาก 

The Hong Kong Cleanup องค์กรพิทักษ์ความสะอาดของเกาะฮ่องกง ร่วมกับนิตยสารออนไลน์  EcoZineThe Nature Conservancy และ Ogilvy & Mather Group ฮ่องกง  จึงจัดทำแคมเปญ ‘The Face of Litter’ ที่ต้องนับว่าเป็นนวัตกรรมทางความคิดสร้างสรรค์ + วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอีกงานหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน เพื่อให้สังคมดีขึ้น  เพราะงานนี้ไม่ใช่การรณรงค์ไม่ทิ้งขยะบนที่สาธารณะแบบที่เคยๆ ทำ แต่ใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการตรวจหาคนมักง่ายที่ทิ้งขยะเรี่ยราด ด้วยการเก็บ DNA จากขยะที่สุ่มเก็บบนถนน และใช้เทคโนโลยี Snapshot™ DNA Phenotyping  ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกประกอบกับตัวแปรอื่นๆ เช่น ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ สถานที่ที่เก็บตัวอย่าง เพื่อระบุอายุคร่าวๆ ของผู้ทำผิด ทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น และนำไปใช้สร้างใบหน้าจำลองของคนที่ทิ้งขยะขึ้นมา และนำใบหน้าของ ‘จอมทิ้ง’ เหล่านั้น มาประกอบเป็นโปสเตอร์รณรงค์ ซึ่งมีทั้งใบหน้าของจอมทิ้งถุงยางอนามัย, จอมทิ้งก้นบุหรี่ และจอมทิ้งหมากฝรั่ง ติดประจานทั่วเกาะฮ่องกง รวมถึงในโลกออนไลน์ก็มีการปล่อยวิดีโอคลิปเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ที่มาของโฉมหน้าจอมทิ้งได้ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ DNA อย่างถูกต้องตามหลักการ ไม่ใช่แค่ไอเดียการรณรงค์แปลกใหม่แบบขู่กันเล่นๆ  

หากใครไม่อยากเป็นพรีเซนเตอร์คนต่อไปของ The Face of Litter อย่าเสี่ยงทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางก็แล้วกัน ไม่อย่างงั้น…คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแน่ๆ

litter 2 litter 3 litter 4 litter 5 litter 6 litter 7 litter 9 litter 10 litter 12

อ้างอิง : EcoZine

Comments

comments

About the Writer

avatar

Jongjitr (Jongjitr Somabutr)จงจิตร โสมาบุตร ( ปุ๊กกี้ ) เสพติดงานโฆษณามากว่า 20 ปี จับสินค้ามามากมายตั้งแต่น้ำยาถูพื้นยันยาสีฟัน ชอบสอดส่องหาไอเดียเด็ดๆ จากงานครีเอทีฟทั่วโลก เก็บไว้ในสมองตัวเองไม่พอ เลยต้องมีเพจชื่อ ADdict เพื่อแชร์ไอเดียเด็ดๆ ปัจจุบันเป็น Creative Director เอเจนซี่โฆษณาขนาดกลาง เชื่อว่างานโฆษณาที่ดีใช้แค่ Creativity ไม่พอ แต่ต้องใช้ Humankind Creativity ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตสังคมและโลกไปในทางที่ดีขึ้นด้วยView all posts by Jongjitr →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments