มองผู้ติดเชื้อ HIV มุมใหม่ผ่านนิตยสารพิมพ์ด้วยเลือดจากผู้ป่วยเอดส์

Vangardist2 E1432471034677


Untitled-1-Recovered-Recovered-Recovered

แม้ ‘เอดส์’ จะไม่ใช่โรคใหม่ แต่ด้วยความลึกลับและรุนแรงของโรคที่ยังคงไม่มีทางรักษา ได้นำไปสู่การเสียชีวิตของผู้คนที่มากเป็นอันดับ 6 ของโลกในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน การรับรู้ของสาธารณชนที่ถูกยัดเยียดข้อมูลแบบผิดๆ ว่า เชื้อ HIV และโรคเอดส์ สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัส กอดจูบ หรือไอจาม (ทั้งที่จริงๆ แล้ว เชื้อ HIV ไม่สามารถอยู่ภายนอกร่างกายมนุษย์ได้เกิน 30 นาที และติดต่อกันได้เพียง 3 ทาง คือเพศสัมพันธ์แบบไม่สวมถุงยาง ทางเลือด และการรับเชื้อจากแม่สู่ลูก) ก็ทำให้ใครหลายคนต่างหวาดกลัวและมีทีท่าในทางลบต่อผู้ป่วย

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เราจึงมีโอกาสได้เห็นแคมเปญจากองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘Living with HIV’ โดยธนาคาร สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (www.sc.com) ที่เปิดตัวในแอฟริกาตั้งแต่ปี 1999 เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้ป่วยในฐานะ ‘มนุษย์’ คนหนึ่ง ไปจนถึงการรณรงค์ของ NGO Life Support Group โดย Ogilvy Brazil (www.ogilvy.com.br) ในเซาเปาโลที่ใช้เลือดของผู้ป่วยอาสาสมัครมาใช้พิมพ์โปสเตอร์เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาของโรคดังกล่าว

ล่าสุด นิตยสาร Vangardist ในเยอรมนี เพิ่งปล่อยเคมเปญคล้ายๆ กันนี้ โดยใช้เลือดของผู้ป่วยอาสาสมัคร 3 คน ได้แก่ ชายรักร่วมเพศวัย 26 ปี ชายแท้ที่ไม่ได้รับการเปิดเผยข้อมูล และหญิงวัย 45 ปีที่ติดเชื้อจากสามีมานาน 20 ปี มาผสมเข้ากับน้ำหมึกเพื่อตีพิมพ์เป็นนิตยสารฉบับพิเศษ จำนวน 3,000 เล่ม ภายใต้แนวคิด ‘HIVHeroes’ โดยมี Saatchi & Saatchi Switzerland เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเคมเปญที่ว่านี้

Julian Wiehl ผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสารฉบับนี้เล่าถึงความตั้งใจของพวกเขาว่า ในฐานะที่ Vangardist เป็นนิตยสารไลฟ์สไตล์ พวกเขาคือส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักให้กับสังคม โดยฉบับพิเศษที่เกิดขึ้นคือการประกาศจุดยืนของ Vangardist ในการต่อต้านความกลัวที่ผู้คนมีต่อผู้ป่วย เพราะทันทีที่นิตยสารเล่มนี้อยู่ในมือของผู้อ่าน ก็เท่ากับว่าพวกเขากำลังโอบอุ้มผู้ป่วยอยู่ในมือ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเช่นเดียวกันกับการที่คุณสัมผัสกับผู้ป่วย HIV

นอกจากนิตยสารเล่มนี้จะถูกวางจำหน่ายในประเทศเยอรมนีและอังกฤษในแบบ 2 ภาษา (เยอรมันและอังกฤษ) โดยจะมีการเผยแพร่นิตยสารเล่มลงบนอินเทอร์เน็ตให้อ่านฟรีๆ รวมถึงรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ในงานการกุศลแล้ว จุดน่าน่าสนใจยังแทรกตัวอยู่ในทุกองค์ประกอบที่เรียกได้ว่าผ่านการคิดมาแบบทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่การใช้กระดาษรีไซเคิลแบบ CO2 Neutral ในการพิมพ์เพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน การใส่เนื้อหาเกี่ยวกับโรคเอดส์ บทสัมภาษณ์ของผู้ป่วยอาสาสมัคร และการพูดคุยกับสำนักพิพม์ต่อความท้าทายของโครงการนี้ ตลอดจนการเลือกใช้คำพูดเรียบๆ อย่าง ‘นิตยสารเล่มนี้ไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ100%’ เพื่อบ่งบอกสิ่งที่พวกเขาต้องการนำเสนอภายในเล่มแทนภาพนายแบบหนุ่มแบบที่เคยเป็นมา ไปจนถึงการห่อหุ้มนิตยสารไว้ในซองพลาสติกที่นอกจากจะเพื่อเหตุผลทางกฎหมายแล้ว มันยังเป็นกิมมิกด้วยว่า ทันทีที่คุณฉีกมันออก นั่นคือการที่คุณเอาชนะความกลัวที่มีต่อโรคดังกล่าวแล้ว

ทีนี้ก็ถึงตาพวกคุณแล้วล่ะ ว่าจะเลือกอยู่เฉยๆ เพราะ ‘ความกลัว’ หรือจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะ ‘เปิดผนึก’ แล้วทำลายมลทินให้แก่ผู้ป่วยเหล่านี้เสียที

Blood-printed-HIV_Vangardist-magazine_dezeen_sq

Blood-printed-HIV_Vangardist-magazine_dezeen_468_0 Blood-printed-HIV_Vangardist-magazine_dezeen_468_1 Blood-printed-HIV_Vangardist-magazine_dezeen_468_2 Blood-printed-HIV_Vangardist-magazine_dezeen_468_3 Blood-printed-HIV_Vangardist-magazine-_dezeen_468_6 vangardist2

อ้างอิง: facebook.com/hivheroes, VANGARDIST, SAATCHI

 

Comments

comments

About the Writer

avatar

sudaporn (Sudaporn Jiranukornsakul)อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบและศิลปะ จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นนักเขียนตั้งแต่ปี 2004 ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบทความให้กับนิตยาสารแห่งหนึ่ง งานเขียนส่วนใหญ่จะเน้นไปที่โปรดักท์และศิลปะ ทั้งจากไทยและต่างประเทศView all posts by sudaporn →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments