กรองอากาศผ่านควันไฟ ยืดเวลาต่อชีวิตผู้ประสบภัยในกองเพลิง

5aver F


อันตรายจากควันไฟถือได้ว่ามีความร้ายกาจน่ากลัวไม่แพ้เพลิงไฟที่กำลังโหมเข้าใส่ ผู้ที่ติดอยู่ในอาคารรวมถึงนักดับเพลิงอาจได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเวลา 5 นาที

หลังจากที่เปลวเพลิงปะทุเต็มที่ ควันไฟร้ายกาจจะทำให้ผู้ที่ติดอยู่ภายในกองเพลิงสำลักควัน ขาดออกซิเจน ในขณะที่นักดับเพลิงก็เข้าถึงผู้ประสบภัยได้ยากขึ้น ผลจากการวิจัยพบว่า อัตราผู้ที่รอดชีวิตจะลดลง 7-10% ในทุกๆ นาทีหลังจากช่วงเวลา 5 นาทีอันตราย และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ 5aver ที่ช่วยยืดเวลาต่อชีวิตผู้ประสบภัยในกองเพลิง

5aver เป็นนวัตกรรมหน้ากากป้องกันควันไฟจากเกาหลีใต้ นอกจากจะออกแบบให้สามารถใช้งานสำหรับคนเดียวแล้ว ยังถูกออกแบบเป็นชุดอุปกรณ์สำหรับการใช้งาน 2-4 ท่าน โดยสามารถติดตั้งได้ง่ายบนผนังภายในอาคาร เช่น สำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล ฯลฯ พร้อมสะดวกในการใช้งาน โดยใช้เวลาเพียงแค่ 5 วินาทีในการเตรียมอุปกรณ์ ชุดอุปกรณ์หนึ่งเซ็ตพร้อมแท่นสำหรับติดตั้งบนผนัง ประกอบด้วยไฟฉายกำลังสูงสำหรับส่องนำทางภายในพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ พร้อมใช้งานทันทีเมื่อถูกดึงออกจากแท่น สัญญาณเสียงเตือนภัยเพื่อบอกตำแหน่งของพื้นที่ที่เราอยู่ และชุดหน้ากากป้องกันไฟ ภายในประกอบด้วย คลิปสำหรับปิดจมูก (nose grip) ป้องกันควันเข้าจมูก และชุดกรองอากาศพร้อมฟิลเตอร์ 3 ชั้นเพื่อลดปริมาณสารพิษที่ผสมมากับควันไฟและอากาศที่เราสูดเข้าไป เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างยิ่ง ส่วนการใช้งานก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่เรากัดชุดกรองอากาศกับ mouthpiece และหายใจเข้า-ออกทางปาก ก็จะช่วยให้เราปลอดภัยจากควันไฟที่เกิดขึ้นภายนอาคาร

และนี่คืออีกหนึ่งอุปกรณ์ป้องกันภัยที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการสำลักควันไฟในเหตุการณ์ไฟไหม้ อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยยืดระยะเวลาเพื่อให้นักดับเพลิงสามารถเข้ามาช่วยชีวิตได้ทันเวลาก่อนที่เราจะสำลักควันไฟหมดสติกลางกองเพลิง อุปกรณ์ป้องกันควันไฟ 5aver ได้รับรางวัล Best of the Best จาก Red Dot Design Award ปี 2013

อ้างอิง : 5aver

Comments

comments

About the Writer

avatar

Suwit (Suwit Wongrujirawanich)สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ (อ้า) เป็นเหมือนร้านค้าสร้างสรรค์ที่ชวนให้ใครต่อใครเดินเข้ามาหาความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตั้งแต่ยาหม่องยันเรื่องดีไซน์ในอีกซีกโลก เขียนหนังสือมาแล้วสองเล่มคือ ‘Design through Biz ต่อยอดธุรกิจด้วยกลเม็ดดีไซน์’ (2549) และ ‘SustainAble Design ดีไซน์…เปลี่ยนโลก’ (2554) ในอีกมุมหนึ่ง เขาหลงใหลการเดินเท้า นั่งเรือ เที่ยวชมเมืองเก่าที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ถ้าวันไหนคุณเห็นหนุ่มวัยกลางคน ถือกล้องตัวเล็กๆสีขาว พร้อมสมุดจดหนึ่งเล่มคู่กาย อย่าลืมเข้าไปทักทายพูดคุยสวัสดี เพราะคุณอาจได้เพื่อนร่วมทางคนใหม่อีกคนView all posts by Suwit →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments