‘GravityLight’ ถ่วงก้อนหินผลิตไฟฟ้าให้โคมไฟสว่างด้วยแรงโน้มถ่วง

Deciwatt F


อย่าเพิ่งแปลกใจว่ายังมีคนนับพันล้านชีวิตบนโลกใบนี้ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดของเขาเหล่านั้นจะถูกจุดขึ้นเพื่อให้แสงสว่างในยามค่ำคืน และเนื่องจากควันไฟที่เกิดจากการจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดนี่เองที่เป็นเหตุให้ผู้คนกว่า 780 ล้านคน โดยเฉพาะกับเด็กและสตรี ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 2 ซองต่อหนึ่งวัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า โรคมะเร็งปอดจะกลายเป็นโรคท็อปฮิตติดชาร์ตจากการใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด !!!

ด้วยเหตุผลนี้ deciwatt คณะวิจัยที่มุ่งเน้นในการคิดค้นหาต้นตอการใช้พลังงานต่ำ ภายใต้ Therefore บริษัทออกแบบและนวัตกรรมชั้นนำจากกรุงลอนดอน ได้ทำการค้นคว้าหาพลังงานทางเลือกที่สามารถให้แสงสว่างและใช้งานง่าย จนในที่สุดทีมงานได้ผลิต GravityLight ผลิตภัณฑ์ให้แสงสว่างสำหรับประเทศกำลังพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ไม่ได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม แต่ทีมงานได้นำแรงโน้มถ่วงของโลกมาเป็นต้นกำเนิดแหล่งพลังงาน พลังงานกลจากถุงใส่ก้อนหินถ่วงน้ำหนักที่ถูกแขวนไว้บนผลิตภัณฑ์จะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานให้แสงสว่าง สนนราคาคร่าวๆ ของ GravitiyLight ชิ้นนี้มีราคาน้อยกว่า 10 ดอลล่าร์สหรัฐ และถ้าเราสามารถผลักดันโครงการเข้าสู่กระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรมจริง ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะมีราคาเพียงแค่ 5 ดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น ที่สำคัญแนวคิดนี้ยังถูกนำไปทดลองต่อยอดให้มีประโยชน์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น โคมไฟให้แสงสว่างสำหรับการอ่านหนังสือ พลังงานสำหรับการเปิดวิทยุเพื่อรับรู้ข่าวสาร หรือแม้กระทั่งการชาร์ทแบตเตอร์รี่ให้กับถ่านไฟฉายทั่วไป

และนี่คิอแนวคิดในการหาแหล่งพลังงานที่นอกจากจะไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ผู้คนในถิ่นทุรกันดารไม่ว่าที่ไหนก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ได้ GravityLight แสดงให้เห็นว่าหัวใจของสร้างสรรค์ไม่ได้อยู่ที่การสร้างผลิตถัณฑ์ที่มีราคาค่างวดที่สูงค่า ภาพลักษณ์หรู แต่เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคมที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ดำรงชีพขั้นพื้นฐาน

 

อ้างอิง : deciwatt, GravityLight

Comments

comments

About the Writer

avatar

Suwit (Suwit Wongrujirawanich)สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ (อ้า) เป็นเหมือนร้านค้าสร้างสรรค์ที่ชวนให้ใครต่อใครเดินเข้ามาหาความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตั้งแต่ยาหม่องยันเรื่องดีไซน์ในอีกซีกโลก เขียนหนังสือมาแล้วสองเล่มคือ ‘Design through Biz ต่อยอดธุรกิจด้วยกลเม็ดดีไซน์’ (2549) และ ‘SustainAble Design ดีไซน์…เปลี่ยนโลก’ (2554) ในอีกมุมหนึ่ง เขาหลงใหลการเดินเท้า นั่งเรือ เที่ยวชมเมืองเก่าที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ถ้าวันไหนคุณเห็นหนุ่มวัยกลางคน ถือกล้องตัวเล็กๆสีขาว พร้อมสมุดจดหนึ่งเล่มคู่กาย อย่าลืมเข้าไปทักทายพูดคุยสวัสดี เพราะคุณอาจได้เพื่อนร่วมทางคนใหม่อีกคนView all posts by Suwit →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments