สานความทรงจำจากที่นั่งเก่าในสนามกีฬาโตเกียวสู่เก้าอี้ใหม่ 3 สไตล์

Karimoku A


Karimoku-A

เมื่อถึงคราวที่สนามกีฬาแห่งชาติของกรุงโตเกียว ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิคในปี 1964 ได้ถูกปิดตัวในปีที่ผ่านมา (2014) ความทรงจำและความภาคภูมิใจในการเป็นประเทศเจ้าภาพไม่สามารถปิดตัวตามลงไปได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทเฟอร์นิเจอร์ Karimoku จึงพยายามหาหนทางในการรีไซเคิลที่นั่งภายในสนามกว่า 700 ตัวให้กลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

อย่าลืมว่าเก้าอี้ในสนามกีฬาส่วนใหญ่จะถูกออกแบบเป็นที่นั่งแบบไม่มีพนักพิงพร้อมยึดติดกับโครงเหล็กที่ติดแน่นบนพื้นซีเมนต์ ดังนั้นชิ้นส่วนที่สามารถนำมารีไซเคิลได้จะมีเพียงแค่ส่วนของ ‘ที่นั่ง’ เท่านั้น โดย Karimoku มอบหมายให้ 3 นักออกแบบนำที่นั่งเหล่านั้นมาสร้างสรรค์เก้าอี้ 3 สไตล์แบบลิมิเต็ด อิดิชั่น อันได้แก่

ชิ้นแรก Tokyo Stool เก้าอี้สตูขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ดีไซน์เรียบง่ายออกแบบโดย Drill Design ทีมงานออกแบบขาเก้าอี้ให้มีความเอียงคล้ายกับ Tokyo Tower โดยใช้ไม้เป็นวัสดุในการทำขา ผลงานชิ้นนี้ผลิตที่จำนวน 350 ตัว

ชิ้นที่สอง Pony Chair ออกแบบโดย Horoko Shiratori เธอกล่าวว่า เก้าอี้เหล่านี้คือความทรงจำอันมีค่าของใครหลายๆ คน ดังนั้นเธอจึงนำแนวคิดนี้มาต่อยอดเป็นเก้าอี้แบบมีพนักพิงเล็กๆ ทางด้านหลัง ทำจากวัสดุไม้รูปทรงคล้ายม้าตัวเล็กๆ ตามชื่อเก้าอี้ ผลงานชิ้นนี้จัดทำไว้ทั้งสิ้น 150 ตัว

ชิ้นที่สาม Kokuritsu Bench เก้าอี้นั่งคู่ออกแบบโดย Gen Suzuki สาเหตุที่นักออกแบบนำที่นั่งมาวางคู่กันเพราะนักออกแบบต้องการสื่อให้เห็นว่า นอกจากกีฬาที่เรานั่งชมในสนามแล้วยังสื่อถึงคนสำคัญที่เราชวนกันมาดูกีฬาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่น้อง หรือคู่รัก ผลงานชิ้นนี้จัดทำทั้งสิ้น 200 ตัว

ทั้งสามแนวคิดสื่อให้เห็นถึงการออกแบบที่มีหัวใจของ ‘ความภาคภูมิ’ ของการได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิค โดยใช้ ‘ที่นั่ง’ เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อความทรงจำแทนการโยนทิ้งลงบนกองขยะ เก้าอี้ทั้งสามแบบนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ ‘เก้าอี้’ หนึ่งตัวเท่านั้น แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ของสนามกีฬาแห่งชาติของกรุงโตเกียวเอาไว้ด้วย

Karimoku-3 Karimoku-4 Karimoku-5 Karimoku-6 Karimoku-7 Karimoku-8 Karimoku-1 Karimoku-2

อ้างอิง : spoon-tamago

Comments

comments

About the Writer

avatar

Suwit (Suwit Wongrujirawanich)สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ (อ้า) เป็นเหมือนร้านค้าสร้างสรรค์ที่ชวนให้ใครต่อใครเดินเข้ามาหาความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตั้งแต่ยาหม่องยันเรื่องดีไซน์ในอีกซีกโลก เขียนหนังสือมาแล้วสองเล่มคือ ‘Design through Biz ต่อยอดธุรกิจด้วยกลเม็ดดีไซน์’ (2549) และ ‘SustainAble Design ดีไซน์…เปลี่ยนโลก’ (2554) ในอีกมุมหนึ่ง เขาหลงใหลการเดินเท้า นั่งเรือ เที่ยวชมเมืองเก่าที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ถ้าวันไหนคุณเห็นหนุ่มวัยกลางคน ถือกล้องตัวเล็กๆสีขาว พร้อมสมุดจดหนึ่งเล่มคู่กาย อย่าลืมเข้าไปทักทายพูดคุยสวัสดี เพราะคุณอาจได้เพื่อนร่วมทางคนใหม่อีกคนView all posts by Suwit →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments