Korakot ขับเคลื่อนชุมชนด้วยงานออกแบบแฝงภูมิปัญญาไทย

KRK1


ไม่อ่ะ – เชย – แก่ – ล้าสมัย – ถามจริงเหอะ ใครจะใช้ ฯลฯ มักเป็นคำพูดที่เราได้ยินเมื่อพูดถึงอัตลักษณ์ไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นยิ่งถูกนำมาขัดเกลาเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว หลายคนมักจะเมินหน้าหนี แต่กลับไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมราคาหลายหมื่นที่บางครั้งมีเพียงแค่ตัวย่อ 2-3 ตัวติดบนสินค้า คำถามที่ตามมาคือ อัตลักษณ์เราไม่ดี ภูมิปัญญาเราไม่เด่น หรือนักออกแบบต่างหากที่ตีโจทย์ไม่แตก?

‘Korakot’ แบรนด์ไทยที่หลายท่านอาจจะไม่คุ้นชื่อ แต่หนึ่งแบรนด์ไทยแบรนด์นี้กลับเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ นอกจาก Korakot จะตีตราว่า ‘เมดอินไทยแลนด์’ บนผลิตภัณฑ์แล้ว Korakot ยังสื่อถึงภูมิปัญญาไทยอย่างสร้างสรรค์ อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ได้เรียงร้อยเรื่องราวให้เกิดขึ้นบนตัวผลิตภัณฑ์ เบื้องหลังของงานออกแบบ ถูกสร้างสรรค์โดย กรกต อารมย์ดี นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ Korakot เขาได้ใช้ความรู้ทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์บวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเด็ก ในจังหวัดเพชรบุรี เช่น การทำว่าวที่สอนโดยคุณปู่ ทำให้เขาเข้าใจถึงการตัดไม้ไผ่ การดัด การผูกเงื่อน การติดกระดาษบนโครงไม้ไผ่ บวกกับภูมิปัญาท้องถิ่นในพื้นที่ชาวประมงซึ่งสอนให้เขาเรียนรู้วิธีการใช้เงื่อนผูกสร้างแหจับปลา ฯลฯ มาสร้างสรรค์เป็นงานออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น โคมไฟตั้งพื้น โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟสำหรับแขวน ถาดใส่ของ งานประติมากรรม ฯลฯ ที่สามารถสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นให้เกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ได้

นอกจากนี้สิ่งที่มีคุณค่ามากว่าการทำหน้าที่เป็นนักออกแบบก็คือ การนำขบวนการผลิตทั้งหมดกลับไปที่ถิ่นกำเนิดในจังหวัดเพชรบุรี โดยให้คนในพื้นที่ที่มีองค์ความรู้คู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นผู้ผลิต อันเป็นการเสริมรายได้สร้างอาชีพจากภูมิปัญญาของเขาเหล่านั้น

นี่แหละคือหนึ่งในนักออกแบบที่ผมชื่นชมในแนวคิดที่สามารถนำงานสร้างสรรค์ที่กลั่นมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพลิกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่นอกจากจะสะท้อนถึงภูมิปัญญาไทยแล้ว ยังสามารถขับเคลื่อนชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราในฐานะคนไทยจึงควรหันมาพิจารณาตัวเองว่า “เราได้เข้าใจถึงอัตลักษณ์ และภูมิปัญญาของไทยเราจริงๆหรือไม่” ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินหนีโดยไม่คิดที่จะเริ่ม

ข้อมูลอ้างอิง : www.korakot.net

 

Comments

comments

About the Writer

avatar

Suwit (Suwit Wongrujirawanich)สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ (อ้า) เป็นเหมือนร้านค้าสร้างสรรค์ที่ชวนให้ใครต่อใครเดินเข้ามาหาความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตั้งแต่ยาหม่องยันเรื่องดีไซน์ในอีกซีกโลก เขียนหนังสือมาแล้วสองเล่มคือ ‘Design through Biz ต่อยอดธุรกิจด้วยกลเม็ดดีไซน์’ (2549) และ ‘SustainAble Design ดีไซน์…เปลี่ยนโลก’ (2554) ในอีกมุมหนึ่ง เขาหลงใหลการเดินเท้า นั่งเรือ เที่ยวชมเมืองเก่าที่กระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร ถ้าวันไหนคุณเห็นหนุ่มวัยกลางคน ถือกล้องตัวเล็กๆสีขาว พร้อมสมุดจดหนึ่งเล่มคู่กาย อย่าลืมเข้าไปทักทายพูดคุยสวัสดี เพราะคุณอาจได้เพื่อนร่วมทางคนใหม่อีกคนView all posts by Suwit →