โต๊ะเรียนหลบภัยสำหรับเด็ก รับแรงแผ่นดินไหวเมื่อเกิดภัยพิบัติ

EarthquakeTable1


เราเพิ่งรู้ว่า เด็กนักเรียนถึง 300 ล้านคนต้องตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวงในเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพราะประเทศเราไม่ค่อยมีภัยพิบัติดังว่าที่สร้างความเสียหายใหญ่มาก แต่ในประเทศตามตะเข็บเปลือกโลก ต้องนับแผ่นดินไหวเข้าไปในชีวิตประจำวัน เด็กนักเรียนจึงได้รับการฝึกเอาตัวรอดเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ถ้าอยู่ในห้องเรียน ใต้โต๊ะคือที่หลบภัย แต่ในขณะเดียวกัน โต๊ะนักเรียนที่ใช้กันอยู่ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นปราการที่ดี ในหลายกรณีมันก็กลายเป็นกับดักถึงขั้นนำอันตรายมาให้

ผลงานออกแบบที่บวกโครงสร้างทางวิศวกรรมเข้าไปของ 2 คนรุ่นใหม่ Arthur Brutter ดีไซเนอร์และ Ido Bruno นักพัฒนาที่ได้รับรางวัลหลายสถาบัน และกำลังอยู่ในขั้นตอนขอสิทธิบัตร งานนี้ตอบตรงโจทย์ข้างต้น พวกเขาออกแบบ The Earthquake Proof Table โต๊ะที่รับมือกับแผ่นดินไหว เสริมโครงสร้างพิเศษที่รับรองว่ารองรับแรงกระแทกจากแนวดิ่งได้ถึง 1 ตัน ในขณะที่โต๊ะก็ไม่ได้หนักมากมาย เด็ก 2 คนช่วยกันยกไหว และกว้างพอสำหรับคน 2 คนเข้าไปหลบภัยได้ อีกทั้งเมื่อจัดวางเรียงต่อกันเป็นแถว (อย่างโต๊ะในห้องเรียน) ก็ทำให้เกิดพื้นที่ทางเดินสำหรับทีมกู้ภัยที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ด้วย โต๊ะนี้คิดมาโดยมีชีวิตของนักเรียนเป็นตัวตั้ง แต่ใครจะนำไปใช้งานที่ไหนก็จะเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตได้ที่นั่น อุปกรณ์กันภัยที่หลอมเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันแบบนี้ ไม่เพียงแต่เราที่คิดว่ามันยอดเยี่ยมมาก แต่ผู้ผลิตหลายแห่งก็เตรียมจ่อขอลิขสิทธิ์ไปผลิตกันมากมายแล้ว

ทุกวันนี้ภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ คืบคลานเข้ามาในชีวิตเรามากขึ้นทุกที ไม่ใช่แค่แผ่นดินไหว ดีไซน์จากนี้ไป คงต้องคิดกันให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ความสวยงามและฟังก์ชั่น แต่ยังต้องแปลงร่างให้กลายเป็นอุปกรณ์เอาตัวรอดให้ได้ด้วย

 

อ้างอิง : earthquake proof table

Comments

comments

About the Writer

avatar

asira (Asira Panaram)อาศิรา พนาราม เป็นนักอ่านมากกว่านักเขียน ชอบฟัง หลงรักข้อมูลอัดแน่น สนใจศิลปะ อาหาร การออกแบบ และงานสร้างสรรค์ต่างๆ เพราะปลื้มตัวอักษรที่เรียงกันเป็นพรืด จึงได้โคจรมายึดงานเขียนเป็นอาชีพ ทำหน้าที่เล่าเรื่องของคนสร้างสรรค์และงานไอเดียบรรเจิด แต่นอกจากเหนือจากหน้าที่อันแสนสนุกและเต็มไปด้วยสาระ เรื่องสยองขวัญเป็นสิ่งที่เธอโปรดปรานอย่างจริงจังView all posts by asira →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments