อาจตายได้หากมัวแชทตอนข้ามถนน ‘Watch Out’ แอพเตือนทันทีเมื่อถึงสี่แยก

Cr02


29

ยุคสมัยสังคมก้มหน้าเป็นยุคที่ทุกคนต่างเสพติดโทรศัพท์มือถือกันงอมแงม ผู้คนต่างไม่พลาดที่จะสื่อสารแม้เสี้ยววินาทีกับเพื่อนในสังคมออนไลน์ ที่ผ่านมาเราเคยเห็นความพยายามมากมายหลายต่อหลายครั้งในการรณรงค์ให้เงยหน้าขึ้น เพื่อที่เราจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะกับคนที่เรารัก พ่อแม่พี่น้อง แฟน เพื่อน ได้สัมผัสและสื่อสารกันผ่านสีหน้าจริงๆ แบบที่มนุษย์ควรจะได้รับเมื่ออยู่ร่วมกันเป็นสังคม

แต่เราก็ลืมไปอีกว่านอกจากสังคมก้มหน้าจะทำลายมนุษยสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันแล้ว ข้อเสียที่ใหญ่หลวงอีกอย่างหนึ่งคือมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งร่างกายและทรัพย์สิน การแชทในรถทำให้เสียสมาธิในการขับรถก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย การเดินแชทหรือเล่นโซเชียลมีเดียตามพื้นที่สาธารณะก็เช่นกัน โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่มักแชทจนเพลินไม่มองสองข้างทาง เมื่อต้องข้ามถนนไม่ว่าจะเป็นที่สี่แยกใหญ่หรือตามถนนหนทางย่อยๆ เรามักจะวางใจหรือเผลอเรอเดินข้ามไปโดยไม่มองรถที่วิ่งมา ท้ายที่สุดก็ทำให้บาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น

ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถืออย่าง O2 ของเยอรมันเล็งเห็นว่าการรณรงค์ในเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็น แต่การรณรงค์เฉยๆ ก็ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นจะหันมาสนใจระแวดระวังในเรื่องนี้ เพราะเราไปบอกในช่วงเวลาที่ไม่ได้เกิดขึ้น วิธีการที่ดีที่สุดก็คือ การบอก ณ จุดเกิดเหตุซึ่งก็คือจุดเสี่ยงต่างๆ ตามสี่แยกหรือบริเวณที่ต้องข้ามถนน หากเป็นสมัยก่อนก็ทำได้แค่ติดโปสเตอร์ตามเสาสัญญาณไฟ แต่ปัจจุบันสามารถทำได้มากกว่านั้น ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Beacon ซึ่งเป็นตัวรับส่งสัญญาณกับโทรศัพท์มือถือ เราสามารถนำตัว Beacon ไปติดตามจุดต่างๆ เพื่อที่จะเอาไว้พูดคุยกับโทรศัพท์มือถือของคนที่ผ่านไปผ่านมาผ่านได้โดยการส่งสัญญาณแบบ Bluetooth ที่เรารู้จักกันดี เทคโนโลยีนี้ถือกำเนิดมาด้วยการที่อยากสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งและทำส่งเสริมการขายเมื่อคนเดินผ่านชั้นวางสินค้าหรือร้านค้าต่างๆ ปิดจุดอ่อนของ GPS ที่ต้องเป็นพื้นที่กลางแจ้ง และเทคโนโลยี NFC ที่รับส่งสัญญาณได้ไม่กี่เซ็นติเมตร เทคโนโลยี Beacon สามารถที่จะใช้ได้ทั้งพื้นที่ในร่มและกลางแจ้ง และสามารถกำหนดระยะได้เป็นระดับก้าวเดิน จึงมีประโยชน์ที่มากกว่าเอามาใช้แค่ในการช้อบปิ้ง

ด้วย O2 เข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีเกิดใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ที่จะเอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาต่อยอด O2 จึงติดตั้งเจ้าตัว Beacon นี้ตามจุดเสี่ยงต่างๆ และประชาสัมพันธ์ผ่านพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็ก บังคับให้เด็กเหล่านั้นต้องดาวน์โหลดแอพเอาไว้ในตัวเครื่อง (เป็นความฉลาดอีกอย่างของแคมเปญนี้ เพราะถ้าบอกให้เด็กดาวน์โหลดแอพมาลงที่เครื่องคงไม่มีใครทำ แต่สื่อสารไปที่พ่อแม่ที่ห่วงใยสวัสดิภาพของลูกตัวเอง) เมื่อเด็กเดินมาถึงบริเวณจุดเสี่ยง จะมีการเตือนแจ้งไปยังมือถือและตัดการสื่อสารรวมถึงแอพแชทในเครื่องออกไปชั่วคราว ทำให้เด็กกลับมาอยู่ในสภาวะปัจจุบัน เงยหน้าและมองความปลอดภัยก่อนจะข้ามถนน

นอกจากนี้ ด้วยความเป็นแคมเปญออนไลน์ทาง O2 ยังเปิดให้บุคคลทั่วไปช่วยกันบอกจุดเสี่ยงในการข้ามถนนบนแผนที่ที่อยู่ในเวบไซต์ เพื่อที่ทาง O2 จะเข้าไปติดตั้งเครื่อง Beacon นี้เพิ่มเติมและขยายออกไปทั่วเมือง เป็นการสร้างอะไรร่วมกันระหว่างแบรนด์และชุมชน

ถือได้ว่าเป็นความพยายามที่ดีเมื่อผู้ให้บริการมือถือออกมารับผิดชอบต่อสังคม ตระหนักดีว่าสินค้าและบริการของตัวเองนั้นไปสร้างพฤติกรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อสังคมโดยรวมอย่างไร และกระโดดออกมารับผิดชอบหาไอเดียเพื่อมาแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อ มากกว่าที่จะกอบโกยผลประโยชน์หากำไรเข้าบริษัทแต่เพียงอย่างเดียว เรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่แบรนด์หรือบริษัทต่างๆ ควรจะหันมาให้ความสนใจ เพื่อที่จะอยู่รอดและอยู่ในสังคมเดียวกับลูกค้าได้อย่างกลมกลืนครับ

 

cr01

cr02

cr05

cr06

cr07

cr03

Screen shot 2015-06-01 at 5.37.29 PM Screen shot 2015-06-01 at 5.39.01 PM Screen shot 2015-06-01 at 5.39.41 PM Screen shot 2015-06-01 at 5.39.57 PMอ้างอิง: Watch Out

Comments

comments

About the Writer

avatar

Kittipat M (Kittipat M)มีอาชีพเป็นนักวางกลยุทธ์ด้านดิจิตอลให้เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ชอบศึกษาความเป็นไปและปรากฏการณ์ใหม่ๆของโลกสังคมออนไลน์ ชีวิตส่วนตัวมักปิดมือถือออกเดินทางท่องโลกกว้าง เพราะมีความเชื่อว่าชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ด้วยออนไลน์เพียงอย่างเดียว รู้จักเพิ่มเติมได้ที่ www.kittipatm.comView all posts by Kittipat M →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments