คาดเข็มขัดนิรภัย…ปลอดภัยเหมือนอยู่ในอ้อมกอดแห่งรักของครอบครัว

Embrace Life Family21


ถ้าให้นึกถึงโฆษณารณรงค์คาดเข็มขัดนิรภัย ภาพที่ติดตาคนส่วนใหญ่คือ ภาพอุบัติเหตุรถชนและความรุนแรงที่เกิดกับผู้ขับขี่ที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนกลัวและตระหนักถึงอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิตจากการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย บางเรื่องถึงกับสยดสยองจนต้องปิดตาดู

แต่เรื่องนี้ดูกี่ทีก็ซึ้งกินใจ…กับ ‘Embrace Life’ แคมเปญรณรงค์ให้ผู้ขับรถคาดเข็มขัดนิรภัยของ Sussex Safer Roads ประเทศอังกฤษ สร้างสรรค์โดย Alexander Commercilas ที่ไม่ต้องการให้เห็นภาพอุบัติเหตุน่ากลัว เขย่าขวัญคนดูเป็นวิธีขู่ให้กลัว แต่เลือกใช้วิธี  Emotional Approach สร้างอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราว ผ่านครอบครัวหนึ่งที่อยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน โดยแม่และลูกสาวเฝ้ามองพ่อที่กำลังทำท่าเหมือนขับรถ ทั้งสามประสานสายตากันอย่างมีความสุข แต่จู่ๆ ก็เหมือนคุณพ่อชนกับอะไรบางอย่างเข้า ลูกสาวจึงรีบเข้ามาสวมกอดที่เอวของพ่อ และภรรยาก็ประสานวงแขนเข้ามาสวมคาดตัวสามี เขาจึงถูกอ้อมกอดของภรรยาและลูกสาวรั้งไว้แน่นกับเก้าอี้จนปลอดภัย ทำให้ยังมีอ้อมแขนสวมกอดครอบครัวต่อไปได้ ซึ่งโฆษณาชุดนี้ต้องการเปรียบเทียบว่า การคาดเข็มขัดนิรภัย เสมือนอ้อมกอดจากคนที่คุณรักที่สามารถปกป้องชีวิตคุณได้จากอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง …นับว่าเป็นโฆษณาที่ได้ทั้งใจ ได้ทั้งกล่อง ดูกี่ทีก็ซึ้งใจ ยอดวิวใน YouTube เลยกระฉูดเป็นหลักสิบล้าน YouTube จึงยกให้เป็น YouTube Ad Of The Year ซึ่งเป็นโฆษณาตัวแรกของโลกที่ได้รางวัลนี้ และนี้ยังคว้ารางวัลยอดเยี่ยมด้านโฆษณามากมาย รวมถึง Bronze award ในเวทีระดับโลก Cannes Lions International Awards หมวด  Public Health & Safety ปี 2010 อีกด้วย

โฆษณาชุดนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า เข็มขัดนิรภัยมีความหมายมากกว่าเดิม ก่อนสตาร์ท…คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้เถอะ เพราะนั่นคืออ้อมกอดแห่งรักอันอบอุ่นและปลอดภัยของครอบครัวและคนที่เรารัก

 

 

 

 

 

Comments

comments

About the Writer

avatar

Jongjitr (Jongjitr Somabutr)จงจิตร โสมาบุตร ( ปุ๊กกี้ ) เสพติดงานโฆษณามากว่า 20 ปี จับสินค้ามามากมายตั้งแต่น้ำยาถูพื้นยันยาสีฟัน ชอบสอดส่องหาไอเดียเด็ดๆ จากงานครีเอทีฟทั่วโลก เก็บไว้ในสมองตัวเองไม่พอ เลยต้องมีเพจชื่อ ADdict เพื่อแชร์ไอเดียเด็ดๆ ปัจจุบันเป็น Creative Director เอเจนซี่โฆษณาขนาดกลาง เชื่อว่างานโฆษณาที่ดีใช้แค่ Creativity ไม่พอ แต่ต้องใช้ Humankind Creativity ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตสังคมและโลกไปในทางที่ดีขึ้นด้วยView all posts by Jongjitr →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments