‘Hafen-City’ เมืองท่าใหม่ ใจกลางเมืองเก่าในเยอรมนี

121


u5

เพื่อตอกย้ำบทบาทของเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ในการเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทางรัฐจึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาย่านท่าเรือและอุตสาหกรรมเก่าริมน้ำของเมืองแห่งนี้ ให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่ ซึ่งพื้นที่ที่ได้ทำการพัฒนาขึ้นใหม่นี้มีชื่อว่า Hafen-City โครงการเมืองใหม่ ที่ซ้อนทับอยู่ในใจกลางเมืองเก่า ที่เป็นการผสมผสานวิถีชีวิตสมัยใหม่กับกลิ่นอายของเมืองท่ายุโรปสมัยก่อนเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

โครงการ Hafen-City ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของนครฮัมบูร์ก บริเวณริมแม่น้ำ Elbe และมีคลองล้อมรอบ จึงทำให้ Hafen-City มีสภาพเป็นเกาะที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ เมืองใหม่แห่งนี้ถูกกำหนดบทบาทให้เป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของฮัมบูร์ก ที่ภายในพื้นที่ประกอบไปด้วยการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างหลากหลาย ทั้งท่าเรือ ศูนย์แสดงสินค้า ผสมผสานไปกับพื้นที่ทำงาน ที่อยู่อาศัย และพื้นที่พักผ่อนริมน้ำที่มีคุณภาพ การใช้ที่ดินแบบผสมผสาน (Mixed-Use) และการสร้างกิจกรรมที่หลายหลากทั้งสาธารณะและส่วนตัวนั้น ช่วยให้ Hafen-City กลายเป็นย่านที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งวันทั้งคืน

ในการก่อสร้างสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ภายใน Hafen-City ได้มีการเปลี่ยนข้อกำหนดเรื่องระยะถอยร่นของอาคารใหม่ให้ลดลง จากเดิมที่ระยะถอยร่นมากไปทำให้ได้พื้นที่สาธารณะเกินความต้องการและตัวอาคารถูกตัดขาดจากริมน้ำ การลดระยะถอยร่นลงมา ช่วยให้อาคารใหม่สามารถสัมผัสกับริมน้ำได้มากขึ้น และสามารถสร้างพื้นที่กิจกรรมริมน้ำที่มีขนาดเหมาะสม มีบรรยากาศที่ดี และมีความปลอดภัย เหมาะสำหรับเป็นแหล่งพักอาศัยแหล่งใหม่ ที่นำพาวิถีชีวิตสมัยใหม่และบรรยากาศแบบเก่าให้ก้าวไปด้วยกัน

HC West

11

3

8

10

9

12

Hamburg: HafenCity, Brooktorkai

Hamburg: HafenCity, Sandtorkai

z_galerien_en_6_5

อ้างอิง : HafenCity

Comments

comments

About the Writer

avatar

Ma Lang Phoo (Jaksin Noyraiphoom)จักรสิน น้อยไร่ภูมิ หรือ 'อ.แมลงภู่' จบการศึกษาทางด้านสถาปัตย์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และอาจารย์พิเศษในอีกหลายสถาบัน ควบคู่ไปกับศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก เป้าหมายสำคัญของชีวิตคือ การปั้นสถาปนิกรุ่นใหม่ให้กลับไปรับใช้ชนบท (https://www.facebook.com/malangphoobookclub)View all posts by Ma Lang Phoo →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments