นักแสดงอังกฤษรณรงค์เตือนอย่าหลงซื้อเครื่องสำอางสังหารสัตว์ทางอ้อม

3840657775 072efbc8fe O E1334410660160


น้อยคนนักที่จะตระหนักว่า…กว่าจะได้มาสคาร่าหนึ่งแท่งหรืออายแชโดว์สีสันสดใสหนึ่งตลับให้เราได้ใช้กันอย่างเพลิดเพลินใจนั้น สัตว์กี่ชีวิตที่ต้องพลีชีพเพื่อแลกกับความสวยงามอันสรรค์สร้างที่ตนไม่ได้ได้

ประโยชน์ด้วยเลยสักนิด เพื่อทดสอบว่าการใช้เครื่องสำอางในระยะยาวมีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่ กระต่ายและหนูจำนวนมหาศาลต้องถูกบังคับให้กินหรือสูดดมส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องสำอางเข้าไป หรือไม่ก็ถูกโกนขนจนเกลี้ยงโกร๋นแล้วถูกโปะซ้ำด้วยสารต่างๆ ที่คนทดลองเองก็ยังไม่รู้ว่ามีพิษหรือไม่ ทุกวันเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 28-90 วัน แล้วจึงถูกส่งไป ‘ที่ชอบที่ชอบ’ ที่สัตว์ผู้น่าสงสารเหล่านั้นก็คงไม่ได้ชอบอย่างที่เรากล่าวอ้าง

หลายคนอาจจะทำไม่รู้ไม่ชี้กับเรื่องอันแสนโหดร้ายเช่นนี้ แต่หลายคนก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆ อย่างริคกี้ เจอร์เวส (Ricky Gervais) นักแสดงตลกชาวอังกฤษที่ออกมาพูดผ่านคลิป สนับสนุนองค์กร Cruelty-Free International ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการเคลื่อนไหวต่อต้านพฤติกรรมการนำสัตว์มาทดลอง เขาซึ่งรับตำแหน่งเป็นทูตคนใหม่ขององค์กรดังกล่าว คือคนหนึ่งที่ออกมาตั้งคำถามชวนให้สังคมคิด และตอบว่าทำไมเราซึ่งเป็นมนุษย์ผู้ศิวิไลซ์จึงยังยอมปล่อยให้มีพฤติกรรมป่าเถื่อนเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่อีก (และเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเราเองด้วย!) ในขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางต่างกอบโกยกำไร แต่สัตว์กี่พันกี่หมื่นชีวิตต้องตายลง มันถูกต้องแล้วหรือ? “มาตรการที่เร่งด่วนที่สุดที่เราต้องทำให้เกิดขึ้นคือ รณรงค์ให้คนทั่วโลกตระหนักถึงความจริงที่เกิดขึ้น และกดดันให้บรรดาบริษัทต่างๆ หยุดการทรมานอันโหดร้ายและไม่จำเป็นต่อสัตว์เหล่านี้เสียที” เขากล่าวในคลิป และผู้ใช้เครื่องสำอางที่ไม่อยากสนับสนุนการนำสัตว์มาทดลองก็สามารถเลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ประทับตรากระต่ายเหิน (Leaping Bunny) ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองว่ากระบวนการการผลิตสินค้านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการทารุณสัตว์แน่นอน (และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำไมริคกี้จึงปรากฏตัวในคลิปพร้อมกับเจ้ากระต่ายตัวกลม)

แม้การรณรงค์จะยังแผ่วๆ แต่เสียงของริคกี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียทีเดียว เพราะคลิปของเขามียอดวิวถึงกว่า 37,000 วิวแล้ว และดูท่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่คนดังคนอื่นอย่างนักร้องสาว จอส สโตน (Joss Stone) ก็ออกมาช่วยรณรงค์ร่วมกับองค์กรดังกล่าวเช่นกัน

บางทีเราก็ทำร้ายเพื่อนร่วมโลกโดยไม่รู้ตัว หยุดเสียตอนนี้ดีกว่าไหม เชื่อว่ามนุษย์ศิวิไลซ์อย่างเราสามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องทำร้ายใคร

อ้างอิง: Cruelty Free International

Comments

comments

About the Writer

avatar

Chidsu (Chidsupang Chaiwiroj)A French language and Social Psyche graduate who's now working as a magazine's editor. Loves photography culture, traveling, observing people, and contemplating life. theserendipitystory.wordpress.comView all posts by Chidsu →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments