Greenpeace ชวนคนทั่วโลกร่วมเป็นเจ้าของเรือปฏิบัติการลำใหม่

3


มีคนกล่าวกันว่า มนุษย์เราตอบสนองต่อเรื่องไกลตัวได้ช้า โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มากหรือเป็นเรื่องที่ดูแล้วใหญ่เกินตัว อาทิ เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือเรื่องปัญหาสังคมอื่นๆ เราจึงได้แต่ตระหนักรับทราบปัญหา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หยิบยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพราะดูแล้วไกลตัวเกินไป

ดังนั้น การที่จะทำให้ทุกคนเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสังคมเหล่านี้ได้ อาจจะต้องทำให้เรื่องไกลตัวดูเป็นเรื่องใกล้ตัวลงบ้างและดูเป็นรูปธรรมจับต้องได้มากขึ้น เช่น การรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าเพื่อช่วยกันลดโลกร้อน (จริงหรือ?!) หรือ การที่เราออกไปแพคกระสอบทราย ช่วยทำอาหารเพื่อช่วยผู้ประสบภัยตอนน้ำท่วมที่ผ่านมานั้น ก็อาจเป็นตัวอย่างอันดีว่ามนุษย์เราตอบสนองการแก้ปัญหามหภาคต่างๆ ได้ ถ้าทำเป็นเรื่องที่ย่อยง่ายและสามารถลงมือทำได้เลย

Greenpeace หน่วยงานที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม มีเรืออยู่ลำนึงชื่อ Rainbow Warrior ซึ่งคอยออกไปต่อสู้ประท้วงเรื่องสิ่งแวดล้อมทางทะเล เช่น การทดลองนิวเคลียร์ในมหาสมุทร หรือเอาไว้เพื่อช่วยทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ แต่ว่าเรือลำนี้มีอายุการใช้งานมานานกว่า 22 ปีแล้ว และก็ต้องถึงคราวปลดระวาง ความยากอยู่ที่ว่าจะหาทุนที่ไหนมาสร้างเรือลำใหม่ เพราะมันมีมูลค่ามากถึง 900 กว่าล้านบาท ทาง Greenpeace จึงออกไอเดียแบบ Crowdfunding ให้ทุกคนมาช่วยกันบริจาคสร้างเรือ ด้วยการแยกเรือออกเป็น 400,000 ส่วน แทบจะเรียกได้ว่าเป็นทุกส่วนประกอบของ Blueprint เรือกันเลยทีเดียว แล้วให้เลือกหาบริจาคกันตามอัธยาศัยผ่าน e-commerce ซึ่งการซื้อหาก็ไม่ต่างอะไรกับการชอบปิ้งออนไลน์ แต่ละชิ้นมีมูลค่าระหว่าง 1 ถึง 7,000 ยูโร สิ่งที่เราจะได้คือ ประกาศนียบัตรแสดงชื่อว่าเราเป็นเจ้าของชิ้นส่วนของเรือ Rainbow Warrior ลำใหม่ลำนี้

เมื่อการระดมทุนกลายเป็นเรื่องง่าย ส่วนคนที่ซื้อไปแล้วก็เอามาอวดต่อๆ กันผ่าน Social Media แคมเปญนี้จึงประสบผลสำเร็จมีผู้บริจาคเป็นแสนคน จนโปรเจ็กต์นี้ได้สำเร็จลุล่วงไปเมื่อเดือนตุลาคม 2011 ที่ผ่านมา เรือลำใหม่นี้จึงถูกชุบชีวิตได้ด้วยมือและกำลังทรัพย์น้อยๆ ของพวกเราร่วมมือกัน จนกลายเป็นเรือที่มีเจ้าของร่วมเยอะที่สุดไป ถึงจะน้อยก็จริง แต่ถ้าลงมือช่วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้มักจะมหาศาลเสมอ สำคัญคือ เรือลำนี้เจ้าของใจดีทุกคน :D

 

อ้างอิง: Greenpeace, Ideaspotter, Wikipedia

 

About the Writer

avatar

Kittipat M (Kittipat M)จบการศึกษาทั้งจากด้านไอทีและด้านการตลาด ปัจจุบันเป็นนักวางกลยุทธ์ด้านดิจิตอลให้เอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง ชอบศึกษาความเป็นไปและปรากฏการณ์ใหม่ๆ ของโลกสังคมออนไลน์ แต่ตัวจริงชอบใช้ชีวิตออฟไลน์เสียมากกว่า มักแบ็คแพ็คแบกกล้องออกเดินทาง ไม่ก็หนีงานปิดมือถือไปนอนเล่นในป่า เพราะมีความเชื่อว่า ชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ด้วยออนไลน์เพียงอย่างเดียวView all posts by Kittipat M →

Comments

comments