‘Plant Lamp’ โคมไฟพลังงานพืช สว่างได้แค่ปลูกต้นไม้ใส่กระถาง

Untitled7 Crop1 E1447984166924


77

เมื่อปีที่แล้ว เราเคยนำเสนอโปรเจ็คท์สุดกรีนกับ ‘ป้ายบิลบอร์ดเปลี่ยนมลพิษให้เป็นอากาศบริสุทธิ์ในเปรู‘ ผลงานของมหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี UTEC ไปแล้ว ปีนี้ UTEC กลับมาอีกครั้งกับโปรเจ็คท์สุดยั่งยืน ‘Plant Lamp’ ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้คนในชุมชนพื้นที่ห่างไกลให้มีไฟฟ้าใช้จากธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัว

Plant Lamp เป็นระบบสร้างพลังงานหมุนเวียนตัวต้นแบบที่ใช้พืชเป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน สามารถให้พลังงานไฟฟ้าได้สองชั่วโมงต่อวันผ่านทางโคมไฟ LED ขั้นตอนการพัฒนาเริ่มจากการนำต้นไม้และดินใส่ลงในกระถางต้นไม้ จากนั้นติดตั้งระบบสร้างพลังงานที่สามารถเก็บดินและอิเล็กโตรดที่สามารถเปลี่ยนสารอาหารและ/หรือไมโครออกานิสซึ่มที่ถูกปล่อยออกมาจากพืชในขณะสังเคราห์แสง ให้เป็นพลังงานเก็บไว้ในแบตเตอรี่ซึ่งจะถูกนำมาใช้ให้แสงสว่างกับหลอดไฟ LED ต่อไป โดยจุดประสงค์หลักของโปรเจ็กต์นี้คือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง นั่นก็คือ ชุมชน Nuevo Saposa ใน Ucayali ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อัตราการเข้าถึงไฟฟ้าต่ำที่สุดในประเทศเปรู เนื่องมาจากปัญหาภูมิประเทศที่เป็นป่าหนาทึบ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการศึกษาของคนในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากประสบปัญหาอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมา ผู้คนมากมายต้องขาดแคลนไฟฟ้าใช้มากขึ้นเป็นทวีคูณ

แต่ในที่สุดปัญหาดังกล่าวก็ถูกแก้ไขได้ไม่ยากนัก นั่นก็เป็นเพราะบริเวณ Nuevo Saposoa อุดมไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตพลังงานไฟฟ้าได้แบบเหลือเฟือนั่นเอง ขณะนี้โคมไฟต้นแบบ Plant Lamp จำนวน 10 เครื่องได้ถูกส่งไปให้คนในชุมชนได้ทดลองใช้แล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ของ UTEC ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาทางสังคมสามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการทางด้านวิศวกรรม ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของคนในชุมชนให้สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วๆ ไป

Untitled-crop

Untitled2-crop

Untitled3-crop

Untitled4-crop

Untitled6-crop

Untitled5-crop

Untitled9-crop

Untitled8-crop

อ้างอิง: UTEC, Youtube

Comments

comments

About the Writer

avatar

Pang (Nungruethai Katuszkewski)แป้ง อดีตเคยทำงานด้าน Marketing และ Buyer แต่ด้วยใจที่รักการเขียนและชอบศึกษาภาษาต่างประเทศ บวกกับการชอบเดินทางท่องเที่ยว ทำให้ผันตัวเองมาเป็นนักเขียนและนักแปลอิสระให้กับนิตยสารและบริษัทต่างๆView all posts by Pang →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments