Jumbo Hostel เปลี่ยนเครื่องบินเก่าจอดนิ่งๆ ให้เป็นโรงแรมดีไซน์สุดเก๋

215781


ที่เห็นอยู่นี่ไม่ใช่เครื่องบิน แต่มันคือ Hostel ที่จอดอยู่ในสนามบิน Arlanda ใกล้เมืองสตอกโฮล์มประเทศสวีเดน! เครื่องบินโดยสารโมเดล 747-200 Jumbo ลำนี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1976 พาผู้โดยสารเดินทางมาแล้วยังหลายประเทศทั่วโลก จนมาถึงในปี 2002 ที่ Transjet สายการบินของสวีเดนได้ถูกฟ้องล้มละลาย อันเป็นเหตุให้เครื่องบินต้องถูกจอดแน่นิ่งอยู่นานจนหมดสภาพเพราะไม่ได้ใช้งาน

กระทั่งเมื่อ Oscar Diös นักธุรกิจผู้ซึ่งกำลังมีแผนขยายช่องทางธุรกิจของตัวเองได้ทราบข่าวการประกาศขายเครื่องบินลำนี้เข้า วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่กล้าทำลายกรอบของคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ จึงนำมาซึ่งการฟื้นชีวิตให้กับเครื่องบินอีกครั้งด้วยธุรกิจที่พักในรูปแบบของ ‘โฮสเต็ล’ โดยนำเก้าอี้ในเครื่องบินจำนวน 450 ที่นั่งออก กั้นพื้นที่บางส่วน ทาสีและตกแต่งภายในใหม่ กระทั่งเดือนมกราคมในปี 2008 โรงแรมเครื่องบินที่ชื่อว่า Jumbo Stay ก็เปิดให้บริการห้องพักเป็นครั้งแรก ด้วยห้องพักจำนวน 27 ห้อง เตียง 76 เตียง และห้องน้ำ 9 ห้อง พร้อมบริการห้องพักหลากหลายประเภทให้เลือก ตั้งแต่ราคาถูกสุดแบบ Dorm (แชร์ห้องนอน) คืนละ 400 Swedish Krona (ประมาณ 1,820 บาท) ไปจนราคาสูงสุด 3,300 Swedish Krona /คืน (ประมาณ 15,012 บาท) กับห้องพักแบบ Cockpit Suite ที่ ‘อดีตพื้นที่หวงห้าม’ ของห้องนักบินได้ถูกแปลงสภาพให้เป็นห้องพักสองที่นอนพร้อมห้องน้ำในตัว ซึ่งมั่นใจเหลือเกินว่าประสบการณ์ค้างคืนในห้องนักบิน คงทำให้ผู้เข้าพักจำนวนไม่น้อยได้จดจำไปอีกนาน ส่วนคนทั่วไปก็สามารถขึ้นมาใช้บริการในส่วนของ On Board Cafe และห้องประชุมขนาด 8 ที่นั่งบน Upper Deck ได้ โดยห้องประชุมที่ว่านี้เคยเป็นพื้นที่เลานจ์ของผู้โดยสารชั้น First Class มาก่อนนั่นเอง แผนธุรกิจขั้นต่อไปของ Oscar Diös คือเปิดขายเฟรนด์ไชส์เพื่อขยายตลาดไปยังสนามบินทั่วโลกอีกด้วย

ถึงตรงนี้แล้ว ก็ชวนให้นึกถึงรถโดยสารประจำทางรุ่นเก่าที่จอดขึ้นสนิมอยู่ตามท่ารถต่างๆ ขึ้นมา ถ้าลองจับมาปัดฝุ่น ใส่คอนเซ็ปต์ของการใช้ประโยชน์เข้าไปใหม่ รับรอง…หล่อเลย!

อ้างอิง: JUMBO STAY

Comments

comments

About the Writer

avatar

Pat (Pattrica Lipatapanlop)พัทริกา ลิปตพัลลภ (แพท) ทำงานอยู่ที่กองบก.นิตยสารเล่มหนึ่งแต่เธอไม่เคยเรียกตัวเองว่า ‘นักเขียน’ เธอเป็นแค่ ‘คนเล่าเรื่อง’ ที่สนุกกับการเดินทางลำบากเพราะไปสบายทีไรไม่เคยมีอะไรให้เขียน ดวงของเธอสมพงษ์มากกับกลุ่มคนทำงานศิลปะที่เธอเรียกว่า ‘ARTDERGROUND’ ซึ่งอาร์ตเด้อกราวด์คือพวก ‘คนมีของ’ ทำงานศิลปะจากเนื้อแท้ไม่ดัจริตเป็นอาหารจานเดียวในโลก เป็น ‘ของจริง’ ที่รอให้ใครสักคนไปขุดเจอซึ่งเธอดันชอบถือจอบด้วยสิView all posts by Pat →

Comments

comments

Powered by Facebook Comments